‘สตางค์’ ชี้แบนรัสเซียจาก SWIFT กระทบเชื่อมั่นเงินรูเบิล หันเก็บคริปโทฯ
นายปรมินทร์ อินโสม ผู้ก่อตั้งและกรรมการ บริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ Satang และ FIRO เปิดเผยถึงการที่รัสเซียถูกแบนจากระบบ SWIFT (ชาติตะวันตกได้นำสถาบันการเงินรัสเซียออกจากระบบตัวกลางในการโอนเงินระหว่างประเทศ) นั้น ระบบ SWIFT คือระบบการส่งข้อความระหว่างธนาคารเพื่อยืนยันการโอนเงินข้ามประเทศ ซึ่งทั้งธนาคารกลางและธนาคารพาณิชย์เกือบทั่วโลกก็ใช้ระบบนี้ และมีธนาคารของรัสเซียอยู่ในระบบนี้ประมาณ 300 แห่ง
นายปรมินทร์กล่าวว่า การที่ธนาคารกลางและธนาคารพาณิชย์ รัสเซียถูกตัดขาดจาก SWIFT ย่อมส่งผลต่อการชำระเงินระหว่างรัสเซียและประเทศคู่ค้าอย่างแน่นอน กรณีของไทยกับรัสเซียนั้น การค้าขายอยู่ในปริมาณไม่กี่หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นพวกชิ้นส่วนรถยนต์ ประมาณ 14,000 ล้านบาท ที่เหลืออีกประมาณหมื่นล้านจะเป็นพวกผลไม้และอาหารแปรรูป ซึ่งนับว่ามีปริมาณไม่มาก เรียกได้ว่ายังไม่ถึง 5% ของการค้าไทยกับจีน การค้าไทยกับสหรัฐ และสหภาพยุโรป
นายปรมินทร์กล่าวว่า มองว่าผลลัพธ์อื่นที่น่าจะส่งผลกับไทยน่าจะเป็นเรื่องนักท่องเที่ยวรัสเชียคงมาไทยน้อยลงแน่ เพราะค่าเงินรูเบิลอ่อนอย่างหนัก แต่ยังเป็นเรื่องของอนาคต เพราะอย่างไรก็ตาม ธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงนี้ยังไม่ได้เกิดขึ้นเต็มรูปแบบเหมือนช่วงก่อนวิกฤตโควิด
“สิ่งที่ผมคิดว่าจะเกิดจากการถูกแบนคือความเชื่อมั่นของประชากรรัสเซียต่อรัฐบาล ธนาคารกลางและเงินรูเบิลที่อาจหมดความน่าเชื่อถือในระยะยาว คนรัสเซียจะเริ่มเก็บเงินในรูปของคริปโทฯ ทั้งบิทคอยน์ (BTC) อีเธอเรียม (ETH) หรือแม้กระทั่ง USDT ซึ่ง เป็น USD stablecoin แต่การทำเหมืองขุดคริปโทฯในรัสเซียน่าจะยังคงดำเนินการอยู่โดยภาคเอกชน แต่มีความเป็นได้ว่าอุตสาหกรรมนี้จะถูกกดดันจากรัฐบาลรัสเซียที่เห็นโอกาสในการหารายได้จากตรงนี้มากขึ้น” นายปรมินทร์กล่าว
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ตะวันตกลงดาบเพิ่ม ตัดธนาคารรัสเซีย พ้นระบบชำระเงินสวิฟต์ อายัดทรัพย์ ธ.กลาง
- พณ.ถกเอกชน 2 มี.ค. รับมือสงคราม ‘รัสเซีย-ยูเครน’ มั่นใจผู้ส่งออกรับมือ SWIFT ได้

