นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เปิดเผยว่า ปี 2565 เตรียมแผนการดำเนินงานใหม่ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่และครั้งสำคัญภายใต้ “ORIGIN MULTIVERSE” หรือแผนการเติบโตแบบพหุจักรวาล ประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ 1.ขยายสู่จักรวาลใหม่ จากเดิมหลักคือพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย 2.กลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ 3.กลุ่มธุรกิจบริการ 4.กลุ่มเมกะเทรนด์ระยะยาว โดยทั้ง 4 กลุ่ม ยังคงประกอบด้วยธุรกิจย่อยๆที่ทยอยเกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เช่น โลจิสติกส์ เฮลท์แคร์ ประกันภัย พลังงาน การเงิน ร้านอาหาร กัญชง รวมถึง สินทรัพย์ดิจิทัล ที่เตรียมออกโทเคนดิจิทัล ในไตรมาส 3 ปีนี้
นายพีระพงศ์ กล่าวต่อว่า 2.แยกกันเติบโตแบบคู่ขนาน ให้ทุกบริษัทย่อยมีเส้นทางการเติบโตแบบ ผ่านการจัดทัพผู้บริหารมืออาชีพในธุรกิจนั้นๆ โดยจะมีบริษัทย่อยที่มีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (IPO) เพิ่มเติม นำโดย บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด ธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ เช่น โรงแรม ออฟฟิศ ค้าปลีก บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด บริษัทร่วมทุนกับบริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) เพื่อดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรม เช่น คลังสินค้า โลจิสติกส์ นิคมอุตสาหกรรม ครบวงจร หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ส่งบริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) เข้า IPO ไปแล้วในช่วงปลายปี 2564 คาดว่าภายในปี 2568 ออริจิ้นและทุกบริษัทที่เข้าจดทะเบียนจะกลายเป็นอาณาจักรที่มีมูลค่าตลาด รวมกันมากกว่า 1 แสนล้านบาท และ 3.เชื่อมโยงอีโคซิสเท็ม เชื่อมโยงทุกจักรวาลที่แยกย้ายกันไปเติบโต กลับมาดูแลผู้บริโภคร่วมกันเป็นอีโคซิสเท็ม สร้าง Multiverse of Happiness ที่ครอบคลุมการดูแลและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคแบบครบวงจร
นายพีระพงศ์ กล่าวอีกว่า แม้จะมีการเติบโตไปยังจักรวาลใหม่ๆ แต่บริษัทยังคงรักษาระดับการเติบโตอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยปี 2565 ตั้งเป้าทุกด้านแบบ All Time High เริ่มต้นจากเป้าเปิดตัวโครงการใหม่ 31 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 42,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 137% แบ่งเป็นโครงการบ้านจัดสรร 12 โครงการ มูลค่ารวม 13,400 ล้านบาท และโครงการคอนโดมิเนียม 19 โครงการ มูลค่ารวม 28,600 ล้านบาท โดยในฝั่งคอนโดมิเนียมจะเติบโตไปในทุกเซ็กเมนท์ มีแบรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้น เช่น แบรนด์ ออริจิ้น เพลย์ (Origin Play) ออริจิ้น เพลส (Origin Place) และบุกทำเลใหม่ๆ เช่น ฝั่งธนบุรี ทั้งนี้ จะมีโครงการใหม่ที่เป็นเมกะโปรเจกต์ย่านทองหล่อ ภายใต้ชื่อ “ออริจิ้น ทองหล่อ เวิลด์” มูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาท โดยจะมีการทยอยเปิดตัวโครงการอีกครั้งเร็วๆ นี้
ขณะเดียวกัน บริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 35,000 ล้านบาท ตั้งเป้ารายได้รวม 17,500 ล้านบาท หลังจากปี 2564 ทำผลงานทุกด้านเติบโตได้อย่างยอดเยี่ยม สร้าง New High ยอดโอนรวมโครงการกิจการร่วมค้ากว่า 16,157 ล้านบาท มีรายได้รวม 15,943 ล้านบาท และเติบโตจากช่วงเดียวกันของปี 2563 กว่า 43% อีกทั้ง มีกำไรสุทธิ 3,194 ล้านบาท เติบโตจากปี 2563 กว่า 20% ส่งผลให้บริษัทเตรียมจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นงวดสิ้นปี 2564 ในอัตรา 0.42 บาท ต่อหุ้น
“ ขณะนี้ แม้มีหลายปัจจัยกดดันตลาดอสังหาริมทรัพย์ ทั้งกาแรพร่ระบาดของโควิด สายพันธ์โอมิครอน ที่ติดเชื้อกันง่าย จึงมีโอกาสที่ยอดติดเชื้อรายวันจะถึง 8 หมื่นราย ในช่วง 2 เดือนจากนี้ จากนั้นก็ลดลงเหลือต่ำกว่า 1 หมื่นราย และรัฐประกาศเป็นโรคประจำถิ่น หากไม่มีการกลายพันธ์ใหม่อีกรอบ ที่ส่งผลต่อขาดแคลนแรงงานก่อสร้าง การเพิ่มความระมัดระวังต่อการดูแลการแพร่ระบาดในที่ก่อสร้าง รวมถึงปัญหารัสเซียขัดแย้งยูเครน แน่นอนช่วงระยะสั้นนี้ ย่อมกระทบต่อการตัดสินใจทรัพย์สิน และการท่องเที่ยวเข้าไทย อาจทำให้ความต้องการลดลงบ้าง ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันให้ตลาดแข่งขันมากขึ้นในปีนี้ เพราะจะมีผู้พัฒนาที่ชะลอไว้ 2 ปีแล้วต้องทยอยเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ซึ่งเชื่อว่าตลาดคอนโดมีเนียมยังขยายตัวได้ดี ขณะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีโอกาสขยายตัวจากผู้ซื้อต่างชาติ ที่ต้องการหนีความวุ่นวาย มาเช่าหรือซื้ออสังหาในไทย ซึ่งรัฐก็ได้ขยายอายุวีซ่าให้ต่างชาติที่พำนักในไทยนานขึ้น เช่น คนรัสเซีย จีน ฮ่องกง ซึ่งในเดือนมีนาคมนี้ ผมจะเดินทางไปเจรจากับต่างชาติแห่งหนึ่ง เพื่อจัดมือขยายธุรกิจตามแผนงาน “นายพีระพงศ์ กล่าว
นางสาวจตุพร วิไลแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่า บริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจบริการใหม่ๆ โดยปีที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างรายได้ได้ถึง 490 ล้านบาท คาดว่าบริษัทจะเป็นบริษัทแรกในเครือนับจากนี้ที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในช่วงปลายปี 2565 หรือต้นปี 2566 และมีเป้ารายได้ ณ ปี 2566 ที่ 750 ล้านบาท โดยมีที่ปรึกษาทางการเงินคือบริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด และบริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด
นายปิติพงษ์ ไตรนุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้ทยอยปรับโครงสร้างภายในอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงมุ่งเน้นกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า ธุรกิจค้าปลีก แต่จะมีธุรกิจอื่นๆ ภายใต้การบริหาร เช่น ธุรกิจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในแถบเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และหัวเมืองสำคัญต่างจังหวัด ธุรกิจร้านอาหาร โดยภายในช่วง 5 ปีจากนี้ จะได้เห็นโครงการภายใต้การพัฒนาของวัน ออริจิ้น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 49,100 ล้านบาท สำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีที่ปรึกษาทางการเงินคือ ธนาคารไทยพาณิชย์
นายปธาน สมบูรณสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวบริษัทเมื่อช่วงปลายไตรมาส 3/2564 บริษัทเดินหน้าแผนการเติบโตได้เร็วกว่าแผนงาน โดย ณ สิ้นปี 2564 มีที่ดินเพื่อใช้พัฒนาพื้นที่เช่าทางอุตสาหกรรมกว่า 155,000 ตร.ม. จากแผนเดิมประมาณ 40,000 ตร.ม. สำหรับการพัฒนาโครงการแรกในย่านบางนา กม.22 ภายใต้ชื่อ แอลฟา บางนา กม.22 คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ภายในไตรมาส 2/2565 และเริ่มรับรู้รายได้ได้ภายในปีนี้ ขณะเดียวกัน ยังมีอีกหลากหลายโปรเจกต์ภายใต้แผนงาน ทั้งผ่านการซื้อกิจการ และการพัฒนาเอง เพื่อไปสู่เป้าหมายพื้นที่ภายใต้บริหารจัดการกว่า 1 ล้าน ตร.ม. ภายในปี 2568 สำหรับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีที่ปรึกษาทางการเงินคือ บริษัท หลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

