หน้าแรก เศรษฐกิจ รัสเซียโจมตีย...

รัสเซียโจมตียูเครนส่อยืดเยื้อ! เอกชนตั้งรับราคาพลังงานพุ่งยาว จ่อขึ้นราคาสินค้า

2.03.22 | 15:13 น.

รัสเซียโจมตียูเครนส่อยืดเยื้อ! เอกชนตั้งรับราคาพลังงานพุ่งยาว จ่อขึ้นราคาสินค้า

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ในฐานะนายกกิตติคุณ สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนนั้น ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าสถานการณ์จะบานปลายไปแค่ไหน แต่ตอนนี้ราคาพลังงานและราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นไปสูงมาก อย่างไรก็ตาม หากเกิดความขัดแย้งที่หนักขึ้น ยิ่งส่งผลกระทบกับต้นทุนพลังงานอย่างมาก เพราะไทยนำเข้าพลังงานมหาศาลจากรัสเซีย และทุกองคาพยพ​ล้วนแต่ใช้พลังงานในส่วนนี้ อีกส่วนที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องปุ๋ย และอาหารสัตว์ ที่ต้นทุนมีแนวโน้มสูงขึ้น ถ้าเป็นเช่นนั้นจะยิ่งกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตของไทยพอสมควร

“ในส่วนของการปรับราคาสินค้าหรือวัตถุดิบนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์​ความขัดแย้งของทั้ง 2 ประเทศ ว่าเหตุการณ์​จะรุนแรงและยืดเยื้อแค่ไหน ก่อนที่จะปรับขึ้นราคาวัตถุดิบตามความเหมาะสมต่อไป” นายพจน์กล่าว

ส่วนเรื่องผลกระทบจากการนำเข้าวัตถุดิจากรัสเซีย คาดว่าวัตถดิบที่จะได้รับผลกระทบ อาทิ ปุ๋ยยูเรีย ข้าวสาลี และถั่วเหลือง เป็นต้น และต้องยอมรับว่าความขัดแย้งในครั้งนี้ ทำให้เกิดผลกระทบเป็นห่วงโซ่ แม้จะไม่ได้ส่งผลกระทบทันที แต่ไทยและทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้แน่นอน ส่วนเรื่องการสต๊อกสินค้าผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องอาจมีการสต๊อกสินค้า อาทิ ปุ๋ย และอาหารสัตว์ แต่ไม่ได้สต็อกในจำนวนมาก คาดว่าสต็อกไว้ให้เพียงพอต่อการใช้งานอีก 1 เดือน

นายพจน์กล่าวอีกว่า ขณะที่การส่งออกอาหารทะเลและอาหารแช่เยือกแข็งนั้น ไม่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในครั้งนี้มากนัก โดยในช่วงปีแรกที่เกิดโควิด-19 หรือปี 2563 การส่งออกทูน่าเป็นไปได้ดี รวมถึงการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นไปได้ดีมาก ส่วนในปี 2564 การส่งออกทูน่ายังดีอยู่แต่ไม่มากเท่าปี 2563 ส่วนอาหารสัตว์เลี้ยงยังส่งออกดีอย่างต่อเนื่อง ส่วนในปัจจุบันอาหารแช่แข็ง โดยเฉพาะอาหารทะเลค่อนข้างแย่ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากความเข้มงวดตามกฎของการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) ส่งผลให้มีวัตถุดิบในการส่งออกลดลง

Advertisement

ส่วนเรื่องการแบนระบบการเงินรัสเซีย จากทางสมาคมโทรคมนาคมทางการเงินโลก หรือสวิฟต์ ของไทยยังได้รับผลกระทบน้อย ส่วนความกังวลเรื่องค่าบาท อยากให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประคองค่าเงินให้อยู่ที่ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ​ ชั่วคราวหรือประมาณ 1 เดือน เพื่อให้ผู้ส่งออกยังสามารถประคองตัวอยู่ได้ในสภาวะนี้ต่อไป