เอสเอ็มอีทวงถามกู้เพิ่ม 1 ล้านล้าน รายย่อยได้อะไร
นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวถึงข้อเสนอภาคเอกชนในคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน(กกร.)เสนอให้รัฐบาลกู้อีก 1 ล้านล้านบาท เพื่อดูแลราคาน้ำมันและกระตุ้นเศรษฐกิจ นั้น อยากให้พิจารณาถึงความจำเป็นว่ามีความเร่งด่วนที่รัฐต้องกู้เงินเพิ่ม 1 ล้านล้านบาท เลยหรือไม่ พร้อมกับอยากให้ชี้แจงต่อสาธารณะที่ร่วมแบกภาระหนี้กู้ของภาครัฐด้วย ซึ่งที่ผ่านมาจากที่สำรวจผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและรายย่อยในแต่ละคลัสเตอร์ พบว่าได้รับประโยชน์จากเงินกู้ก่อนหน้านี้จำนวนน้อย เข้าไม่ถึง ทั้ง Softloan และพักทรัพย์พักหนี้ด้วยคุณสมบัติ เกณฑ์การปล่อย รวมทั้งนิยามการปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีที่ไม่ใช่เอสเอ็มอีตามนิยาม สสว. เนื่องจากวันนี้เอสเอ็มอีที่ยื่นกู้ส่วนใหญ่เอสเอ็มอีที่ยื่นกู้กว่าร้อยละ 75 ถูกปฏิเสธการขอสินเชื่อ เอสเอ็มอีรายย่อยกว่าร้อยละ 70 ขาดสภาพคล่อง เงินหมุนเวียนเนื่องจากไม่มีเครดิตทางการค้า และมาตรการที่รัฐออกมาก่อนหน้านี้ก็ยังไม่ทั่วถึง และยังมีการตั้งข้อสังเกตุว่ากู้เพื่อพยุงหรือสนับสนุนอะไร เพราะคนส่วนใหญ่ของประเทศที่ทำธุรกิจยังลำบากมาก ตอนนี้ เจอปัญหาหนักทั้งแบกรับรับต้นทุนน้ำมันแพง กระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบ กำลังซื้อหายไป ค่าครองชีพสูง และปัจจัยภายนอกจากสถานการณ์จบระหว่างรัสเซียกับยูเครน
” ปัญหาอยู่ที่ใด อยากให้แก้ตรงจุดนั้นก่อน เช่น ราคาน้ำมันสูง ก็น่าจะเข้่าไปดูต้นทุนต้นทางแท้จริง ทั้งจากการอ้างอิงราคาน้ำมันสิงคโปร์ การบวกค่าขนส่ง และราคาหน้าโรงกลั่น สามารถลดลงบางส่วนเพื่อลดภาระน้ำมันปลายทางสูงขึ้น ได้อีกทางหนึ่ง ตอนนี้ธุรกิจเราเชื่อว่ารัสเซีย-ยูเครน น่าจะยืดเยื้อเป็นเดือน ดังนั้นในช่วงนี้ อยากให้รัฐหันไปดูเงินที่เคยกู้ไว้นั้น ที่ไม่ปล่อยกู้ ให้นำออกมาช่วยเหลือประชาชนและรายย่อยที่เป็นฐานเศรษฐกิจฐานราก ให้เขาประคองค่าครองชีพตอนนี้ต่อไปอีก 2-3 เดือน ตอนนี้เอสเอ็มอีกำลังเก็บข้อมูลที่ได้รับผลกระทบและข้อเรียกร้องถึงภาครัฐต่อไป ตอนนี้รายย่อยเผชิญสถานการณ์หนี้ 3 กอง หนี้ครัวเรือน หนี้เสีย หนี้นอกระบบ และกระบวนการเติมทุนที่มีการยริหารจัดการร่วมกับการแก้ไขหนี้อย่างเป็นระบบ ในเรื่องมาตรการรัฐที่คืบหน้าน้อยกว่าทื่คาดหวังไว้ กู้เพื่อโปะเฉพาะด้าน แต่ทุกคนแบกรับก็ไม่ไหว อยากให้รัฐเอาเงินค้างท่อ ออกมาใช้ก่อน ซึ่งจะได้รู้ว่าเงินกู้นั้นๆ เหลือเท่าไหร่ และที่ผ่านมาใช้เพื่ออะไรบ้าง ” นายแสงชัย กล่าว

