รฟท. พร้อมเดินหน้าตามกฎหมายต่อ หลังศาลปกครองสูงสุดสั่งรื้อคดีค่าโง่โฮปเวลล์ 2.4 หมื่นล้าน
นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ศาลปกครองกลาง ได้อ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ 107/2552 คดีหมายเลขแดงที่ 366/2557 ระหว่างกระทรวงคมนาคม ที่ 1 กับพวก รวม 2 คน (ผู้ร้อง) กับ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด (ผู้คัดค้าน) (คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ไว้พิจารณา) โดยศาลปกครองสูงสุด สั่งรื้อคดี โฮปเวลล์ ที่รัฐบาล และรฟท. ต้องจ่ายค่าเสียหาย (ค่าโง่) ให้เอกชน 2.4 หมื่นล้านบาท นั้น มองว่าเป็นเรื่องที่ดีกับภาครัฐ และหลังจากนี้จะต้องเตรียมความพร้อมในการเดินหน้าต่อไปตามกฎหมาย ซึ่งยืนยันว่าทางกระทรวงคมนาคม และรฟท. มีความพร้อมในเรื่องนี้ และพร้อมปรับตัวกับให้เข้ารูปคดีที่เกิดขึ้นจนถึงที่สุดต่อไป
“ส่วนตัวมั่นใจว่าการต่อสู้คดีในครั้งนี้ เราจะได้รับความยุติธรรมจากกระบวนการยุติธรรมในครั้งต่อไป ทั้งนี้ จากการเตรียมตัวในเรื่องกฎหมายแล้ว ทาง รฟท.ยังได้มีการหารือกัน ในเรื่องของการวางรูปคดีของเรื่องนี้ให้ดีที่สุด เพื่อให้ศาลได้ค้นหาความจริงได้อย่างเต็มที่ จนนำไปสู่ดุลพินิจที่ถูกต้อง และเราในฐานะองค์กรของรัฐเราพร้อมเคารพในคำตัดสินของศาลฯ โดยถึงที่สุดอย่างเต็มที่อยู่แล้ว” นายนิรุฒ กล่าว
นายนิรุฒ กล่าวว่า ส่วนหลังจากนี้ภาครัฐจะต้องจ่ายค่าโง่ ให้กับ บริษัท โฮปเวลล์ หรือไม่ นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ ต้องรอให้เป็นไปตามคำสั่งศาลฯ พิจารณาตามกระบวนการอีกครั้งต่อไป
ด้าน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า จากกรณีที่ศาลปกครองสูงสุด สั่งรื้อคดีโฮปเวลล์ นั้น มองว่าเรื่องนี้ยังไม่จบกระบวนการยุติธรรม แต่เป็นเรื่องดี เนื่องจากช่วยเปิดโอกาสให้ภาครัฐได้ดำเนินการต่อสู้คดีใหม่ได้อีกครั้ง ซึ่งประเด็นที่จะนำมาต่อสู้หลังจากนี้ อาทิ เรื่องอายุความขอคดี มติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) การจดทะเบียนวัตถุประสงค์ บริษัทฯ ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และรื่องการลงนามในสัญญา ผู้ลงนามไม่ใช่บริษัทที่ได้รับสัมปทาน เป็นต้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
มันจบแล้วครับ! พีระพันธุ์ ชี้ คดีโฮปเวลล์ รัฐบาลไทยไม่ต้องเสียค่าโง่ 3 หมื่นล้านแล้ว

