นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันปริมาณน้ำที่อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ และแม่น้ำสะแกกรัง ลดลงเหลือ 2,157 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวินาที และ 61 ลบ.ม.ต่อวินาทีตามลำดับ ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยกรมชลฯ จะลดระดับน้ำหน้าเขื่อนลงให้อยู่ในระดับมากกว่า 15.50 เมตร (ระดับน้ำทะเลปานกลาง) เพื่อไว้รองรับสถานการณ์น้ำ ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 14 – 17 ตุลาคม 2559 นี้ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่ช่วงวันที่ 18–19 ตุลาคม 2559 บริเวณภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น
นายทองเปลวกล่าวว่า สำหรับสถานการณน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 883 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 92% ของความจุอ่างฯ มีปริมาณน้ำไหลลง 52 ล้านลบ.ม. มีการระบายน้ำในอัตรา 60.52 ล้านลบ.ม. ส่วนเขื่อนพระราม 6 ได้ควบคุมปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 700 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ ปริมาณน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก จะไหลมารวมกันบริเวณอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจุดเฝ้าระวังปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ ปริมาณน้ำไหลผ่านลดลงเหลือ 2,393 ลบ.ม.ต่อวินาที จากเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,457 ลบ.ม.ต่อวินาที จึงไม่ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำล้นคันกั้นน้ำ
“หากภายหลังจากวันที่ 14 – 15 ตุลาคม 2559 สภาพฝนที่ตกอยู่ในพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำป่าสัก อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่มีผลกระทบ กรมชลประทานจะพิจารณาปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนพระราม 6 ต่อไป” นายทองเปลวกล่าว

