พาณิชย์ เผยผลสำรวจ พบส่วนใหญ่พอใจ โครงการประกันรายได้ มาอันดับหนึ่ง

พณ.เผย ผลสำรวจประชาชนต่อนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ พบส่วนใหญ่รับทราบและพึงพอใจ ประกันรายได้เกษตรกรปีที่ 2 ครองอันดับหนึ่ง

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในช่วงมกราคม 2565 จำนวน 10,072 คน จากทุกอำเภอทั่วประเทศ เกี่ยวกับการดำเนินนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ในปี 2564 ว่า ในภาพรวมผู้ตอบแบบสอบถามเกือบ 60% รับทราบนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ และผู้ตอบที่รับทราบนโยบาย 75.09% ต่างพอใจภาพรวมผลงานนโยบายของกระทรวงพาณิชย์

นายรณรงค์กล่าวว่า โดยนโยบายกระทรวงพาณิชย์ ที่ประชาชนรับทราบมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ 1.โครงการประกันรายได้เกษตรกรปีที่ 2 จำนวน 81.33% 2.โครงการพาณิชย์ลดราคา 76.45% 3.โครงการส่งเสริมการค้าออนไลน์ 73.51% ส่วนนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ที่ประชาชนรายพอใจมากที่สุด 3 อันดับแรก คือ โครงการประกันรายได้เกษตรกร ปีที่ 2 จำนวน 30.97% 2.โครงการส่งเสริมการค้าออนไลน์ 25.41% และ 3.โครงการพาณิชย์ลดราคา 24.38%

นายรณรงค์กล่าวว่า ดังนั้น จากผลการสำรวจ ทำให้เห็นว่าโครงการประกันรายได้เกษตรกรปีที่ 2 ที่ดำเนินการต่อเนื่องจากปี 2563 ยังเป็นโครงการที่ประชาชนรับทราบและพึงพอใจสูงสุด โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร เพราะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้จากการจ่ายส่วนต่างชดเชยในช่วงที่ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ขณะเดียวกันก็ขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ ที่ช่วยยกระดับราคาสินค้าเกษตร อาทิ การผลักดันให้ผลไม้ราคาดี การกระจายผลไม้ออกจากแหล่งผลิตไปตลาดทั้งในและต่างประเทศ

นายรณรงค์กล่าวว่า นอกจากนั้น กระทรวงพาณิชย์ยังดำเนินโครงการต่างๆ อีกมากมาย เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ ขณะเดียวกันผู้บริโภคได้เข้าถึงสินค้าราคาถูก ได้แก่ โครงการส่งเสริมการค้าออนไลน์ โครงการพาณิชย์ลดราคา การส่งเสริมการส่งออกสินค้า ที่ส่งผลให้การส่งออกของไทยในปี 2564 สามารถขยายตัวได้ถึง 17.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน การเร่งรัดความร่วมมือทางการค้า โดยจัดทำข้อตกลงทางการค้า มินิ เอฟทีเอ กับเมืองโคฟุ ประเทศญี่ปุ่น มณฑลไห่หนาน ประเทศจีน เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นโครงการที่ประชาชนรับทราบและพึงพอใจเช่นกัน

Advertisement

นายรณรงค์กล่าวอีกว่า ในปี 2565 กระทรวงพาณิชย์ยังคงเดินหน้านโยบายช่วยเหลือทุกภาคส่วนทั้งเกษตรกร ภาคธุรกิจ และประชาชนอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการประกันรายได้เกษตรกรปีที่ 3 ต่อเนื่องในพืชเศรษฐกิจสำคัญ 5 ชนิด คือ ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อีกทั้งได้ติดตามสถานการณ์สินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด และดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนในช่วงที่ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น และให้มีเพียงพอต่อความต้องการ อาทิ การจัดตั้งคณะทำงานกำกับติดตามสถานการณ์ราคาสินค้า (วอร์วูม) การขอความร่วมมือผู้ผลิตและผู้จำหน่ายตรึงราคาสินค้า

“นอกจากนี้ ยังเร่งขยายโอกาสทางการค้าในตลาดต่างประเทศ โดยจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าในประเทศต่างๆ การทำ มินิ เอฟทีเอ กับเมืองใหม่ที่มีศักยภาพ การเปิดเจรจา เอฟทีเอ ฉบับใหม่ๆ อาทิ กับสหภาพยุโรป สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (อีเอฟทีเอ) อาเซียน-แคนาดา เป็นต้น เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน อันจะส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายรณรงค์กล่าว

นายรณรงค์กล่าวต่อว่า และในอนาคต สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ก็มีโครงการที่จะสำรวจความคิดเห็นของประชาชนและผู้ประกอบการในอีกหลายโครงการ รวมทั้งจะมีการจัดทำดัชนีหลายๆ ตัว เพิ่มเติมจากที่ทำให้ปัจจุบัน ที่ทำดัชนีผู้บริโภค ดัชนีผู้ผลิต ตลอดจนการสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก็จะสำรวจดัชนีการขนส่งสินค้าทางเรื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับทราบ และสามารถคาดคะเน คาดการณ์การตลาด การขนส่ง และโลจิสติกส์ทางเรือด้วย คาดว่าจะออกในช่วงปลายปี 2565 นี้ ส่วนของภาคประชาชน จะมีโครงการสำรวจความเชื่อมั่นของประชาชนใน 4+1 จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อสะท้อนถึงความต้องการและความรู้สึกของประชาชนต่อเศรษฐกิจในเฉพาะพื้นที่ ที่จะแถลงรายไตรมาส โดยจะเริ่มในเดือนเมษายน 2565 นี้

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image