‘อาคม’ลงพื้นที่หัวลำโพงตรวจจุดเชื่อมต่ออำนวยความสะดวกประชาชนถวายราชสักการะ-ขสมก.ใช้บริการฟรีไม่มีกำหนด

15.10.16 | 16:38 น.

เมื่อเวลา 13.30 น. นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยระหว่างลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการอำนวยความสะดวกการเดินทางของประชาชน ณ สถานีรถไฟหัวลำโพงว่า จากการตรวจสอบเมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา พบว่ามีประชาชนจำนวนมากใช้บริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะในการเดินทางไปถวายสักการะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จึงได้เพิ่มขบวนโดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินอีก 2 ขบวน คอยบริการรับ-ส่งประชาชนที่เดินทางมายังสถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพงเพื่อเชื่อมต่อไปยังท้องสนามหลวงให้ได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด นอกจากนี้ ขสมก.รวมทั้งบริษัทเอกชนยังได้จัดรถชัตเติลบัสวิ่งรับ-ส่ง เพื่อให้ประชาชนเดินทางเชื่อมต่อระหว่างสถานีสำคัญๆ กับสนามหลวง อาทิ สถานีขนส่งสายใต้ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และสถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง รวมทั้งกระทรวงคมนาคมยังได้จัดที่จอดรถไว้บริการแก่ประชาชน เพื่อเชื่อมต่อไปยังระบบขนส่งสาธารณะที่กรมการขนส่งทางบก หมอชิต จำนวน 50-100 คัน และสถานีขนส่งสายใต้ 100-200 คัน


“ผมได้กำชับไปยังกรมการขนส่งทางบก เพิ่มจำนวนสายตรวจและเจ้าหน้าที่ไปยังบริเวณท้องสนามหลวงและบริเวณใกล้เคียง เพื่อตรวจสอบรถแท็กซี่และรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างไม่ให้มีการคิดราคาเกินจากราคาปกติ รวมทั้งไม่ให้มีการปฏิเสธผู้โดยสาร ซึ่งหากตรวจพบว่ามีการกระทำความผิด ทางกรมการขนส่งทางบกจะสั่งระงับใบอนุญาตขับขี่เป็นการชั่วคราวทันที นอกจากนี้ยังได้สั่งให้กรมเจ้าท่าเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ตามท่าเรือในการตรวจตราและดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนที่มาใช้บริการเรือด่วนในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองแสนแสบอีกด้วย” นายอาคมกล่าว

นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ร.ฟ.ท.ได้ดำเนินการตามนโยบายของนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาร่วมถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร โดยได้บูรณาการกับหน่วยงานขนส่งมวลชนทุกประเภท ทั้งกรมการขนส่งทางบก องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และกรมเจ้าท่า รวมถึงขอความร่วมมือกับกองพันทหารม้าที่หนึ่งรักษาพระองค์ แพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลบุรฉัตร และกองบังคับการตำรวจรถไฟ ในการเตรียมความพร้อมให้สถานีกรุงเทพ หรือสถานีรถไฟหัวลำโพง เป็นจุดเชื่อมต่อการเดินทางรองรับประชาชนที่เดินทางเข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพฯ จำนวนมาก ทั้งนี้ ภายในสถานีกรุงเทพฯ ประชาชนสามารถเดินทางเชื่อมต่อกันได้ทั้งทางรถไฟ ซึ่งการรถไฟฯได้มีการเพิ่มจำนวนตู้โดยสารและขบวนพิเศษให้บริการแก่ประชาชน อีกทั้งยังสามารถเดินทางได้โดยรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล หรือรถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที บริเวณสถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง ตลอดจนเชื่อมต่อกับรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. รถโดยสารฯร่วมบริการเอกชน ทางด่วนพิเศษศรีรัช ตลอดจนเรือโดยสารเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษม เพื่อเดินทางต่อเข้าร่วมพระราชพิธีฯ

นายวุฒิชาติกล่าวว่า ขณะเดียวกันยังได้ประสานขอความร่วมมือไปยังกองพันทหารม้าที่หนึ่งรักษาพระองค์ และเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจการ กรมการขนส่งทางบก ในการอำนวยความสะดวกการจัดระเบียบใช้บริการรถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง รถสามล้อรับจ้าง เพื่อให้มีบริการอย่างเพียงพอ ไม่มีการปฏิเสธผู้โดยสาร หรือคิดค่าโดยสารเกินอัตราที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลบุรฉัตรดูแลประชาชนที่เดินทางเข้าร่วมพระราชพิธีให้ได้รับความสะดวกและปลอดภัย นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับบริษัท ริเวอร์ จํากัด นำน้ำดื่มจำนวน 2,400 ขวดมาแจกจ่ายให้ประชาชนในบริเวณสถานีกรุงเทพฯ และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ยังได้จัดรถบริการรับ-ส่งผู้โดยสารจากสถานีกรุงเทพฯไปยังสนามหลวงอีกด้วย ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเวลาการเดินรถเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ www.railway.co.th ตลอดจนทางเฟซบุ๊ก ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

Advertisement

นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า ขสมก.ได้เพิ่มจำนวนรถ เที่ยววิ่ง การเปลี่ยนกะพนักงานประจำรถ ทั้งกะเช้า กะบ่าย และกะสว่าง ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนที่จะเดินทางไปร่วมถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร โดยรถโดยสารของ ขสมก.ที่ผ่านบริเวณวัดพระแก้ว สนามหลวง และบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ สาย 1, 2, 3, 12, 15, 25, 32, 42, 47, 53, 59, 60, 68, 70, 79, 80, 82, 91, 203, 503, 508, 509, 511, 516 และ สาย 556 จำนวน 25 เส้นทาง ซึ่งรถโดยสารธรรมดา (รถเมล์ร้อน) จะให้บริการฟรีทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคมเป็นต้นไป โดยไม่มีกำหนดระยะเวลา ส่วนรถโดยสารปรับอากาศนั้นจะเก็บค่าโดยสารในอัตราปกติ ทั้งนี้ ขสมก.ยังได้จัดรถโดยสาร Shuttle Bus อำนวยความสะดวกแต่ละจุด ปลายทางสนามหลวง ให้บริการฟรี รวม 7 เส้นทาง คือ 1.เส้นทางหมอชิต 2-สนามหลวง 2.เส้นทางสายใต้ใหม่-สนามหลวง 3.เส้นทางหัวลำโพง-สนามหลวง 4.เส้นทางเอกมัย-สนามหลวง 5.เส้นทางอนุสาวรีย์ชัย-สนามหลวง 6.เส้นทางวงเวียนใหญ่-สนามหลวง 7.เส้นทางบางใหญ่ (เซ็นทรัล เวสต์เกต)-สนามหลวง รวมทั้งสิ้น 32 เส้นทาง นอกจากนี้ยังมีรถเอกชนร่วมบริการ ได้แก่ สาย 6, 9, 30, 33, 39, 43, 44, 48, 64, 123, 507 และสาย 524 รวม 12 เส้นทาง เดินรถตามเส้นทางปกติ

“จากการติดตามข้อมูล พบว่าในวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมามีประชาชนจำนวนมากที่เดินทางไปถวายสักการะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ในพระบรมโกศ บริเวณท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ในการโดยสารของประชาชน พบว่ามีการใช้รถโดยสารสาธารณะเป็นหลัก ซึ่งทาง ขสมก.ก็เพิ่มจำนวนขบวนรถและเที่ยววิ่งแล้ว แต่อาจจะประสบปัญหาการจราจรที่ติดขัดอย่างมาก จึงทำให้รถของ ขสมก.ไม่สามารถเข้าไปรับประชาชนบริเวณท้องสนามหลวงได้รวดเร็วเท่าที่ควร ทาง ขสมก.จึงมีแนวคิดที่จะเสนอไปยังศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ที่รัฐบาลจัดตั้งขึ้น ให้มีการจัดเลนพิเศษสำหรับรถโดยสารของขสมก. เพื่อที่จะได้เข้าไปรับ-ส่งประชาชนบริเวณท้องสนามหลวงได้อย่างรวดเร็วต่อไป” นายสุระชัยกล่าว