หน้าแรก เศรษฐกิจ “กลุ่มทีโอเอ”...

“กลุ่มทีโอเอ” โกยยอดขาย ”เบนซ์-เอ็มจี-ซูซูกิ” กระฉูด ชี้น้ำมันแพงหนุน ”รถอีวี” โตเร็ว

15.03.22 | 17:09 น.

“กลุ่มทีโอเอ” โกยยอดขาย ”รถเบนซ์-เอ็มจี-ซูซูกิ” กระฉูด ชี้น้ำมันแพงหนุนตลาด ”รถอีวี” โตเร็ว

กลุ่มทีโอเอ ฝ่าโควิดโกยขายรายได้ 1.3 หมื่นล้าน เติบโต19% ขายดีทั้ง ”เบนซ์-เอ็มจี-ซูซูกิ” ปีนี้ตั้งเป้าโต 10% ลงทุน 300 ล้าน ลุยส่งออกกระดาษทราย ยอมตรึงราคาฝ่าวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ปักหมุด”ดองกิ” 3 สาขา ประเดิมบางแคพ.ค.นี้


นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัดหรือTOAVH ในเครือทีโอเอผู้ผลิตและจำหน่ายสี เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานธุรกิจทั้งกลุ่มบริษัทปี2564 มียอดขาย 13,400 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้า 19% โดยหลักมาจากธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์ 58% มีรายได้ 8,000 ล้านบาท เติบโต 23% ซึ่งบริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายอยู่ 3 ยี่ห้อ ได้แก่ ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ 1 สาขาที่เลียบทางด่วน เป็นศูนย์บริการครบวงจร เมื่อปีที่แล้วมียอดขาย 749 คัน บริการซ่อมรถ 6,800 คัน และซ่อมสี 1,470 คัน ,เบส ออโต้เซลล์ จำหน่ายรถยนต์เอ็มจี มี 10 สาขา มียอดขาย 4,363 คัน เติบโต16% และไอทีโอเอ ออโต้เซลล์ จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ มี 3 สาขา มียอดขาย 1,170 คัน เติบโต 7%

“ปีที่แล้วยังมีผลกระทบจากโควิด-19 และล็อกดาวน์ แต่ยอดขายทุกธุรกิจยังเติบโต โดยเฉพาะรถยนต์และสีอุตสาหกรรม เพราะเซ็กเมนต์ลักชัวรี่ไม่กระทบ และเราเน้นเรื่องการบริการที่ครบวงจร มีทั้งคาร์แคร์ ซ่อมตัวรถและทำสี ปีที่แล้วได้ลงทุนช่องซ่อมเพิ่ม 10 ช่องรวม 30 ช่องสามารถรองรับได้ 15,000 คัน “ นายณัฏฐวุฒิกล่าว

Advertisement

นายณัฏฐวุฒิ สำหรับปี 2565 ยังเป็นปีที่ท้าทาย โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ 14,000 กว่าล้านบาท เติบโต 10% มีแผนลงทุน 300 ล้านบาท อาทิ ธุรกิจกระดาษทราย 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนลงทุน 160 ล้านบาท มียอดขาย 550 ล้านบาทเติบโต10% จากยอดขายในประเทศ 45%และต่างประเทศ 50% ตั้งเป้า 3 ปีสัดส่วนอยู่ที่ 50:50 นอกจากนี้จะทำอู่สีเอ็มจีที่อมตะ 25 ล้านบาท เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์ 25 ล้านบาท ตั้งบริษัทใหม่ที่ประเทศกัมพูชา 1 ล้านเหรียญ เป็นบริษัทเทรดดิ้งจำหน่ายกระดาษทรายและสีอุตสหกรรม

นายณัฏฐวุฒิกล่าวว่า ขณะนี้บริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนเดิม แม้จะมีสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ต้นทุนต่างๆสูงขึ้น บริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนเดิม รอประเมินอีกครั้งในครึ่งปีหลัง และยังไม่มีนโยบายปรับราคาขายและบริการ แม้ต้นทุนสูงขึ้น และมั่นใจว่าจากสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อการขายรถยนต์

“ต้นทุนสูงขึ้ตั้งแต่ปีที่แล้ว เราปรับตัวด้านกระบวนการผลิต ซึ่งธุรกิจมีไซเคิล คงทำอะไรไม่ได้มากจากราคาน้ำมันขาขึ้น แต่จากวิกฤตก็เป็นโอกาส เป็นตัวเร่งและปัจจัยหนุนให้รถยนต์ไฟฟ้าหรืออีวีมาเร็ว และตลาดรถเติบโต ในปีนี้เราตั้งเป้าธุรกิจรถยนต์เติบโต 12-13% และเอ็มจีจะมีลอนซ์โมเดลรถอีวีออกมารับมาตรการรัฐบาลออกมาซัพพอร์ตใ้ห้ส่วนลด 70,000-150,000 บาท ด้วย ทำให้มีกระแสตอบรับค่อนข้างดี เราได้สิทธิขายรถอีวีเอ็มจี 6 สาขา ที่เพชรเกษม ชลบุรี อมตะ พัทยา แม่โจ้ หางดง และเรายังได้รับเลือกจากเมอร์เซเดสเบนซ์ ให้เป็นหนึ่งในดีลเลอร์มีครบทุกซับแบรนด์รวมถึงอีคิวด้วย” นายณัฏฐวุฒิยังกล่าวและว่า

ส่วนปัญหาชิปขาดแคลนนั้นเป็นปัญหาทั่วโลก ซึ่งในปีนี้ปัญหาน่าจะลดลงจากปีที่แล้วลูกค้าต้องรอส่งมอบรถนานอยู่บ้าง

นายณัฏฐวุฒิกล่าวอีกว่า สำหรับธุรกิจ”ดองกิ มอลล์”ที่ร่วมทุนกับญี่ปุ่นเปิดสาขาทองหล่อ ได้รับผลกระทบจากโควิดระบาด คนไม่ออกมาทานข้าวนอกบ้าน ต้องปรับพื้นที่โซนอาหารให้เป็นพื้นที่กิจกรรมและบิวตี้ แต่ยอดขายของร้านดองกิยังไปได้ดี ปัจจุบันมี 4 สาขา ในปีนี้จะขยายอีก 3 สาขา ในเดือนพฤษภาคมเปิดที่ซีคอน บางแค อีก 2 สาขาจะเปิดในกรุงเทพนและต่างจังหวัด และในปี2566 จะเปิดอีก 3 สาขา รวมเป็น10 สาขา