‘เมย์แบงก์’ ชี้สหรัฐขึ้นดอกเบี้ยไม่เซอร์ไพรส์ตลาด หนุนหุ้นบวก 2 วันติด
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย หลังจากผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.25% ซึ่งถือว่าค่อนข้างใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ จึงไม่ได้สร้างความแปลกใจ (เซอร์ไพรส์) ให้กับตลาดมากนัก โดยการปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 3 ปี นับตั้งแต่ปลายปี 2561 ที่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้าย ก่อนจะมีนโยบายดอกเบี้ยในระดับต่ำตั้งแต่ช่วงปี 2562 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน โดยแนวโน้มถัดไป คาดว่าเฟดจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างต่อเนื่องในการประชุมครั้งถัดไป ที่เหลือการประชุมอีก 6 ครั้ง ในปี 2565 ซึ่งครั้งถัดไปจะเป็นเดือนพฤษภาคมนี้ โดยการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดครั้งนี้ ตลาดตอบรับเชิงบวกผ่านตามการปรับขึ้นของดัชนีหุ้น ทั้งตลาดหุ้นสหรัฐ ตลาดหุ้นเอเชีย และตลาดหุ้นไทย ที่ปรับขึ้นเกือบ 24 จุด เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา รวมถึงวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยก็เคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดการซื้อขาย และปรับขึ้นไปสูงสุดเกือบ 19 จุดด้วย
“แนวโน้มในระยะถัดไป การปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ อาจมีเรื่องรบกวนในปัจจัยการคาดการณ์ตัวเลขประมาณการปรับขึ้นของดอกเบี้ยในแต่ละครั้ง ว่าจะขึ้นที่ 0.25% หรือ 0.50% ซึ่งถือว่าส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ได้เซอร์ไพรส์อะไรมากนัก เพราะที่ผ่านมามีปัจจัยกดดันในเรื่องสงครามรัสเซียและยูเครน ที่ส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจให้มีดาวน์ไซด์บ้าง แต่ข้อดีคือ แม้มีการปรับคาดการณ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ลง แต่เฟดก็ยังกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง จึงมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังค่อนข้างแข็งแกร่งอยู่ โดยแนวโน้มภาวะเงินเฟ้อ ประเมินว่าในเดือนมีนาคม จะปรับเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย แต่ในระยะถัดไปจะปรับตัวลดลง เนื่องจากราคาพลังงานปรับเพิ่มขึ้นมาจนผ่านจุดสูงสุด (พีค) ไปแล้ว จึงมีโมเมนตัมที่ทยอยดีขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในโซนสูงต่อ แต่ไม่ได้ขึ้นไปสูงเท่าเดิม” นายวิจิตรกล่าว
นายวิจิตรกล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ให้เน้นลงทุนในหุ้นรายกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มโดเมสติกเพย์ เนื่องจากตอนนี้เราเห็นสัญญาณการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศทึ่แข็งแกร่งกว่าภูมิภาค โดยแนะนำเป็นหุ้นค้าปลีก อาทิ ซีพีออลล์ โฮมโปร หุ้นธุรกิจอาหาร อาทิ โอสถสภา หุ้นธนาคาร ที่ได้อานิสงส์เชิงบวกจากวงจรดอกเบี้ยขาขึ้น อาทิ เคแบงก์ และหุ้นเติบโตได้ดี อาทิ เจเอ็มที เจมาร์ท

