‘ทรูมันนี่’ จับมือ ‘ชิลด์’ เพิ่มความปลอดภัยใช้งานอีวอลเล็ต กันมิจฉาชีพ-การฉ้อโกง

17.03.22 | 18:21 น.

‘ทรูมันนี่’ จับมือ ‘ชิลด์’ เพิ่มความปลอดภัยใช้งานอีวอลเล็ต กันมิจฉาชีพ-การฉ้อโกง คาดปี 66 คนไทยใช้งาน 50%

นางสาวมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ผู้ให้บริการ ทรูมันนี่ วอลเล็ต เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการทรูมันนี่ วอลเล็ต จำนวน 24 ล้านคน ซึ่งสอดรับกับพฤติกรรมการใช้การเงินแบบออนไลน์ ซึ่งบริการของทรูมันนี่ มีทั้งการจ่ายเงิน, การออมเงิน, การกู้เงิน และการลงทุน ดังนั้น เรื่องความปลอดภัยในการใช้งานหรือไซเบอร์ ซีเคียวริตี้ จึงเป็นสิ่งที่บริษัทลงทุนและให้ความสำคัญมาโดยตลอด จึงร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีอย่าง บริษัท ชิลด์ เอ ไอ เทคโนโลจีส์ จำกัด เพื่อป้องกันภัยไซเบอร์ การคุกคามจากการฉ้อโกงให้กับผู้ใช้งานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ใน 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา เมียนมา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเร็วๆ นี้จะเปิดให้บริการในมาเลเซีย ตามการขยายกิจการของแม็คโคร และโลตัส


นางสาวมนสินี นาคปนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ผู้ให้บริการ ทรูมันนี่ วอลเล็ต

สำหรับการจับมือครั้งนี้ ทั้งสองบริษัทจะร่วมกันสร้างแพลตฟอร์มการบริหารจัดการความเสี่ยงอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) โดยเทคโนโลยีของ ชิลด์ จะอยู่ในระบบหลังบ้านเพื่อตรวจจับและวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานของลูกค้า ว่ามีความผิดปกติในการเป็นมิจฉาชีพ หรือ ใช้เป็นเครื่องมือในการฉ้อโกง หรือไม่ รวมถึงจะตรวจจับความเสี่ยงที่จะถูกแฮกหรือถูกขโมยตัวตนหรือข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าด้วย เพื่อกันไม่ให้มิจฉาชีพใช้บริการทรู วอลเล็ต ไปในทางฉ้อโกง ขณะที่ผู้ใช้งานเองก็จะใช้งานได้ปลอดภัยขึ้นด้วยการนำระบบยืนยันใบหน้ามาใช้ เป็นต้น

โดยคาดว่า ภายใน​ปีนี้ผู้ใช้งานทรูมันนี่จะเพิ่มขึ้น 20% หรือคิดเป็น 30 ล้านคน และในปี 2566 จะเพิ่มเป็น 50% ของประชากรไทย

นายจัสติน ลี ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร ชิลด์ (SHIELD) ภายใต้ บริษัท ชิลด์ เอ ไอ เทคโนโลจีส์ จำกัด

นายจัสติน ลี ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร ชิลด์ (SHIELD) ภายใต้ บริษัท ชิลด์ เอ ไอ เทคโนโลจีส์ จำกัด กล่าวว่า จากสถิติทั่วไปของการใช้งานอีวอลเล็ต พบว่าจะถูกโจมตีทางไซเบอร์ 5-10% ของจำนวนการทำธุรกรรมการเงินแต่ละครั้ง ดังนั้น เมื่อช่องโหว่เกิดจะเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อ ดังนั้น เทคโนโลยีของบริษัทจะสามารถตรวจจับและป้องกันได้จากการดูพฤติกรรมการใช้งานที่ผิดปกติด้วยเทคโนโลยีเอไอ ทั้งการถูกแฮค การถูกปลอมบัญชี การหลอกฟิชชิ่งเพื่อขอข้อมูลส่วนตัว เป็นต้น

Advertisement

“มีความยินดีที่ได้ร่วมงานกับหนึ่งในสถาบันชั้นนำด้านฟินเทค ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มภูมิคุ้มกันทางไซเบอร์ เพื่อสร้างความไว้วางใจสำหรับผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ และสร้างมั่นใจให้กับผู้บริโภคในภูมิภาคนี้สามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มแห่งโอกาสเพื่อความเท่าเทียมทางการเงินที่ทั่วถึงสำหรับทุกคน” นายจัสติน กล่าว