“เจดีพูลส์”ส่งโปรซื้อสระแถมโรบอทกระตุ้นยอดขายไตรมาส4

16.10.16 | 15:37 น.

นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เจ.ดี.พูลส์ เปิดเผยภาพรวมตลาดสระว่ายน้ำไตรมาส 3 และไตรมาส 4 มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง สาเหตุจากช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาผู้ประกอบการโรงแรมและรีสอร์ท เร่งการก่อสร้างให้ทันกับช่วงหน้าไฮซีซั่น (High Season) หรือช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวในช่วงปลายปี ทำให้ตลาดสระบ้านไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจมากนัก แต่ภาพรวมตลาดสระว่ายน้ำในปัจจุบันถือว่ามีการแข่งขันค่อนข้างสูง และมีกลุ่มผู้เล่นรายใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก และมักเน้นแข่งขันหั่นราคาผลิตภัณฑ์ แต่ไม่เน้นใช้วัสดุคุณภาพหรือใช้วัสดุราคาต่ำ ประกอบกับการขาดบริการหลังการขายหรือดูแลและซ่อมบำรุง หวังลดต้นทุนและตัดราคาขายคู่แข่งรายอื่นๆ สุดท้ายสินค้าอาจเสื่อมสภาพเร็วและส่งผลต่อผู้บริโภคในอนาคต

“หลังจากบริษัทฯ ได้เปิดตัวธุรกิจบริการดูแลคุณภาพน้ำ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์สระว่ายน้ำให้สระทุกประเภท ภายใต้แบรนด์ พูล โปรแอนด์แล็บ พร้อมทั้งเปิดตัวรับบริการ ‘POOL RENEWAL PROGRAM’ หรือบริการรีโนเวทสระว่ายน้ำทั่วประเทศเพิ่มเติมภายใต้แบรนด์ เจ.ดี.พูลส์ ทำให้เจ.ดี.พูลส์ เป็นแบรนด์สระว่ายน้ำรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย มีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่การผลิตและก่อสร้างสระว่ายน้ำ และทำการตลาดในรูปแบบแฟรนไชส์ รวมถึงการบริการหลังการขายและดูแลคุณภาพแบบครบวงจรที่สุด โดยไตรมาส 4 นี้บริษัทฯ ได้จัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นตลาดสระว่ายน้ำ สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการสร้างสระว่ายน้ำ จะได้รับโรบอทอัจริยะรุ่น ACTIVE10 สำหรับทำความสะอาดสระว่ายน้ำ มูลค่ากว่า 50,000 บาท ฟรี ทั้งนี้ลูกค้าผู้สนใจสามารถไปพบกับกลุ่มธุรกิจ เจ.ดี.พูลส์ ผู้นำอุตสาหกรรมสระว่ายน้ำครบวงจรได้ที่งานบ้านและสวนแฟร์ 2559 ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน 2559 นี้”นายธนูศักดิ์กล่าว


นายธนูศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทฯ ประเมินมูลค่าตลาดสระว่ายน้ำปี 2559 นี้ประมาณ 5,000 ล้านบาท พร้อมตั้งส่วนแบ่งตลาด 20% หรือ 1,000 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มียอดขาย 250 ล้านบาท โดยยอดขายมาจากลูกค้า 4 กลุ่มหลัก คือ 1.กลุ่มสระบ้าน (กลุ่มสระว่ายน้ำที่สร้างโดยเจ้าของบ้าน) 65% 2.กลุ่มโครงการพูลวิลล่า (จากเจ้าของโครงการหมู่บ้านและคอนโดมิเนียม) คิดเป็น 15% 3.กลุ่มโครงการโรงแรมและรีสอร์ท และ 4.กลุ่มอื่นๆ (สระว่ายน้ำจากโรงเรียนหรือหน่วยงานราชการ) คิดเป็น 10% โดยมียอดขายจากกลุ่มลูกค้าแบ่งเป็นกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัดโดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่ๆ มียอดขายมากที่สุดคิดเป็น 85%ที่เหลือเป็นตลาดกทม.