‘ผับบาร์-โอเกะ’ ร้องเพลงรอ หลังสงกรานต์ ลุ้นเปิดอีกรอบ
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ผู้ประกอบการธุรกิจสถานบันเทิง ผับบาร์ ยังต้องปิดยาวต่อไป เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ยังเห็นว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอนอย่างกว้างขวาง ต้องรอลุ้นหลังเทศกาลสงกรานต์อีกครั้ง ถ้าสถานการณ์ดีขึ้นอาจได้เปิดบริการหลังหยุดยาวมากว่า 2 ปี
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงหลังการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค.เป็นประธาน ว่ามีการปรับพื้นที่สีส้ม หรือพื้นที่ควบคุม 44 จังหวัด ลดเหลือ 20 จังหวัด พื้นที่สีเหลือง หรือพื้นที่เฝ้าระวังสูงจาก 25 จังหวัด เพิ่มเป็น 47 จังหวัด พื้นที่สีฟ้านำร่องการท่องเที่ยวทั้งจังหวัด จาก 8 เพิ่มเป็น 10 จังหวัด โดยเพิ่มเพชรบุรีและเชียงใหม่ ส่วนมาตรการต่างๆ ยังคงเดิม
“ทุกพื้นที่ยังให้ปิดสถานบันเทิง และสถานบริการอื่นๆ ในลักษณะคล้ายกันอยู่เช่นเดิม แม้จะมีข้อเรียกร้องจากผู้ประกอบการแต่ที่ประชุมยังไม่เห็นชอบ โดยขอให้ปรับพื้นที่การดำเนินการเป็นร้านอาหารตามมาตรการ Covid Free Setting โดยขอไม่ให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่สีส้ม” นพ.ทวีศิลป์กล่าว
นพ.อุดม คชินทร ที่ปรึกษา ศบค. กล่าวว่า ยังอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด จึงต้องระมัดระวังตัวเอง ปัจจัยสำคัญที่สุดคือเทศกาลสงกรานต์ แม้การติดเชื้อไม่เจ็บป่วยรุนแรงแต่ไม่อยากให้กลับไปเหมือนสงกรานต์ปี 2564 ที่ไม่ล็อกดาวน์ทำให้ตัวเลขสูงขึ้นจนลากยาวถึงสิ้นปี ดังนั้น ต้องกดตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ไม่ให้เพิ่มขึ้น เพราะตามคาดการณ์กลางปีตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลงมาหลักพันต้นๆ แต่ตัวเลขจะไม่มีทางเป็นศูนย์
“เรามาถึงทางแยกว่าจะให้การแพร่ระบาดสิ้นสุดกลางปี 2565 ตามที่ทำนายไว้หรือไม่ แต่ปัจจัยทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือเทศกาลสงกรานต์ หากเรากดตัวเลขไว้ไม่อยู่จนขึ้นไปสูงจะลากยาวถึงสิ้นปี ทำให้การใช้ชีวิตลำบากและเศรษฐกิจไม่เดินหน้า
เมื่อถามว่าจากการประเมินสถานการณ์ปัจจุบันสามารถเปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ได้หรือไม่ นพ.อุดมกล่าวว่า เราอยากให้เปิด แต่สถานบันเทิงอยู่ในบริบทที่มีความเสี่ยงสูงเพราะเป็นพื้นที่ปิด คนอยู่ใกล้ชิดกัน เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ทำให้มีการตะโกนเสียงดัง หรือดื่มแก้วเดียวกัน ส่วนตัวอยากให้ผ่านเทศกาลสงกรานต์ไปก่อน เราพิจารณาและเตรียมการอยู่แล้ว หากตัวเลขยังทรงตัวอยู่ถือว่าน่าพอใจ และอีก 2-3 เดือนยอดติดเชื้อก็จะลดลง หากเราควบคุมทุกอย่างให้ดีช่วงเดือนกรกฎาคมไปแล้วจะเปลี่ยนโควิด-19 มาเป็นโรคติดต่อทั่วไปเหมือนไข้หวัดได้

