มติชน สมาร์ทบซ วันที่ 17 ต.ค.2559
หลังจากบริษัท ซัมซุง ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของเกาหลีใต้ออกประกาศยุติการผลิตและจำหน่ายโทรศัพท์มือถือรุ่น “กาแล็คซี่ โน้ต 7” เป็นการถาวร เนื่องจากไม่สามารถแก้ไขปัญหาแบตเตอรี่ที่เกิดระเบิดได้ส่งผลให้ราคาหุ้นของซัมซุงตกลงรวม 10% ในรอบ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า วิกฤตครั้งประวัติศาสตร์นี้จะสร้างความเสียหายแก่บริษัทซัมซุงสูงถึง 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 6 แสนล้านบาท รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายในการจัดการกับโทรศัพท์รุ่นดังกล่าวที่กลายเป็นขยะอันตรายอีกราว 2.5 ล้านเครื่องที่ได้จำหน่ายออกไปแล้ว
ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์หลายรายคาดว่า ในไตรมาสนี้ แอปเปิลจะขายไอโฟนได้ถึง 45 ล้านเครื่อง และคาดว่าแอปเปิลจะขายไอโฟนได้เพิ่มมากขึ้นในปีงบประมาณหน้า รวมถึงบรรดาบริษัทผลิตมือถือระบบแอนดรอยด์ จะได้รับผลประโยชน์จากวิกฤตซัมซุงครั้งนี้เช่นกัน
นายแมทธิว เลวาทิช ประธานบริหารของฮาร์เลย์-เดวิดสัน ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์หรูชื่อดังกล่าวว่า มีแผนบุกเจาะตลาดรถจักรยานยนต์ในตลาดเอเชียที่กำลังเติบโต โดยเฉพาะในประเทศจีน อินเดีย และเวียดนาม
โดยนายเลวาทิชเผยว่า จะเพิ่มจำนวนตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮาร์เลย์-เดวิดสัน ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้มากขึ้น เพราะพื้นที่แถบนี้มีส่วนแบ่งยอดขายปลีกของฮาร์เลย์อยู่ที่ 12% ในปี 2558 ซึ่งบริษัทจะเพิ่มจำนวนตัวแทนจำหน่ายนานาชาติจากเดิม 150 แห่งเป็น 200 แห่งภายในปี 2563
‘เจ. ดี. พาวเวอร์ แอนด์ แอซโซซิเอส’ (J. D. Power and Associates) บริษัทวิจัยการตลาดเผยผลสำรวจผู้ขับขี่รถยนต์รุ่นใหม่พบว่า กว่า 50% ของผู้ใช้รถที่มีระบบจีพีเอสติดตั้งมาด้วยไม่เคยใช้งานระบบดังกล่าวเลย แต่ 2 ใน 3 ของผู้ขับขี่ใช้สมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์นำทางพกพาแทน
ขณะที่อีก 1 ใน 3 ระบุว่า เคยใช้งานระบบจีพีเอสบนรถ แต่หันมาใช้แอพพลิเคชั่นบนงานสมาร์ทโฟนแทน สาเหตุที่ระบบนำทางจีพีเอสบนรถยนต์ไม่ได้รับความนิยมเนื่องจาก ความยุ่งยากและซับซ้อนของตัวระบบเองที่ต้องเข้าเมนูหลายขั้นตอน และการใช้คำสั่งเสียงก็ไม่ดีเท่าที่ควร ผู้ขับขี่จำเป็นต้องพูดซ้ำหลายครั้งถึงจะถูกต้อง

