หน้าแรก เศรษฐกิจ ลลิลฯ เดินหน้...

ลลิลฯ เดินหน้าภารกิจมาตรฐานอยู่อาศัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพิ่มมูลค่าโครงการในอนาคต

22.03.22 | 16:59 น.

ลลิลฯ เดินหน้าภารกิจมาตรฐานอยู่อาศัยใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพิ่มมูลค่าโครงการในอนาคต

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ (LALIN) เปิดเผยว่า ล่าสุด บริษัทฯ ได้นำวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจ ‘Lalin the NEXT’ มาใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ พร้อมกำหนดเป้าหมายให้ทุกโครงการจะต้องพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ จึงเป็นที่มาของภารกิจ the NEXT: Green Living เพื่อสร้างชุมชนคุณภาพที่สามารถอยู่อาศัยร่วมกันได้ในทุกเจนเนอเรชั่นthe NEXT: Green Living การพัฒนาโครงการเพื่อก้าวสู่ชุมชนคุณภาพอย่างยั่งยืน โดยได้ออกแบบทุกส่วนของโครงการให้เป็นโครงการสีเขียว เอื้อประโยชน์แก่ผู้อยู่อาศัยและคำนึงถึงการเป็นส่วนหนึ่งของการรักษ์โลก และที่สำคัญเราได้คิดเผื่อเพื่อการอยู่อาศัยในอนาคตไว้ได้อย่างลงตั


นายชูรัชฏ์ กล่าวว่า นอกจากจะให้ความใส่ใจด้านการออกแบบรูปลักษณ์ของบ้านทั้งภายในและภายนอก ตลอดจนพื้นที่ใช้สอยต่างๆ ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว การให้ความสำคัญในการพัฒนา พื้นที่ส่วนกลางรักษ์โลก ก็เป็นอีกหนึ่งภารกิจที่ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ มุ่งมั่นดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้นำแนวคิด 3R: Reduce Reuse Recycle เข้ามาใช้พัฒนาโครงการ อาทิ (Reduce : ลดการใช้) ลดการใช้น้ำโดยใช้สุขภัณฑ์แบบประหยัดน้ำที่มี2ระบบ ช่วยลดการใช้น้ำที่เกินความจำเป็น ลดการใช้ไฟโดยใช้หลอดไฟ LED และมีระบบ Solar Cell ในพื้นที่ส่วนกลางเพื่อลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อีกทั้งยังใช้หลังคาที่มีฉนวนกันความร้อน เพื่อช่วยลดอุณหภูมิภายในคลับเฮ้าส์ ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานน้อยลงและประหยัดไฟมากขึ้น มีการใช้กระจกสีเขียวใสตัดแสงและสีสะท้อนความร้อน ซึ่งจะช่วยลดความร้อนในการเข้าสู่ตัวอาคาร และลดค่าใช้จ่ายในเรื่องการใช้ไฟฟ้าอีกด้วย (Reuse : การใช้ซ้ำ) มีระบบหมุนเวียนน้ำ โดยนำน้ำที่ใช้แล้วกลับมาใช้ดูแลสวนส่วนกลาง พร้อมทั้งยังมีการตั้งเวลา เปิด-ปิด ในการรดน้ำต้นไม้ เพื่อลดการใช้น้ำเกินความจำเป็นและเกิดประโยชน์สูงสุด มีการใช้วัสดุเข้ามาทดแทน เช่น การใช้กระเบื้องลายหินอ่อนที่เป็นหินสังเคราะห์ ให้ความรู้สึกที่ทดแทนวัสดุที่เป็นหินอ่อนแท้ที่เกิดจากธรรมชาติ

“เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทางบริษัทจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการใช้ชีวิตที่ต้องการใกล้ชิดธรรมชาติ จึงได้เพิ่มพื้นที่สีเขียว (Green Space) ภายในโครงการให้มากขึ้น โดยคัดสรรพันธุ์ไม้ที่มีสีสันสดใสสบายตา ให้ความรู้สึกสดชื่นผ่อนคลาย เพื่อเป็นปอดของชุมชนพร้อมปรับภูมิทัศน์ให้ได้ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว เพิ่มจุดสันทนาการท่ามกลางสวนสวยเพื่อความสุข และความประทับใจในการอยู่อาศัยกับโครงการของเรา” นายชูรัชฏ์ กล่าว