“จุรินทร์” โชว์ส่งออก ก.พ.65 โต 16.2% กว่า7.7 แสนล้านบาท รัสเซียติดโผยอดพุ่งอันดับหนึ่ง

24.03.22 | 13:41 น.

“จุรินทร์” โชว์ส่งออก ก.พ.65 โต 16.2% กว่า7.7 แสนล้านบาท รัสเซียติดโผยอดพุ่งอันดับหนึ่ง

ที่กระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ยังอยู่ในเกณฑ์ดี บวก 16.2% มีมูลค่า 23,483 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาทประมาณ 770,819 ล้านบาท ส่วนการนำเข้า บวก 16.8% มีมูลค่า 23,359 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นเงินบาท 776,612 ล้านบาท การที่อัตราการนำเข้ายังเป็นบวก ถือเป็นผลดีกับเศรษฐกิจ มีการนำเข้าสินค้าทุนเพื่อการผลิตนำไปสู่การส่งออกนำรายได้เข้าประเทศต่อไป โดยเดือนกุมภาพันธ์ ได้ดุลการค้า 123.3 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้การส่งออก 2 เดือนแรกปี2565 บวก 12.2% มีมูลค่า 44,742 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1,479,131 ล้านบาท นำเข้าบวก 18.7% มูลค่า 47,1445 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงขาดดุลการค้า 2,403 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในเดือนกุมภาพันธ์ 10 ตลาดหลักของการส่งออก ได้แก่ 1.รัสเซีย บวก 33.4% 2.อาเซียน 5 ประเทศ บวก 31.5% 3.ฮ่องกง บวก 29.8% 4.เกาหลีใต้ บวก 28.9% 5.สหรัฐฯ บวก 27.2% 6.อินเดีย บวก 23% 7.ไต้หวัน บวก 17.7% 8.สหราชอาณาจักร บวก 17.3% 9.CLMV บวก 14.4% 10. ตะวันออกกลาง บวก 13.8% ซึ่งรายละเอียดรายสินค้ายังไม่มีเนื่องจากมีการเปลี่ยนระบบพิกัดภาษีศุลกากรในรอบ 5 ปี

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ปัจจัยช่วยสนับสนุนการส่งออกของไทยปี 2565 มีหลายปัจจัยเอื้อ ประกอบด้วย 1. การเพิ่มศักยภาพการส่งออกสินค้าเกษตร ตามยุทธศาสตร์ เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด เช่น ข้าว ปีนี้คาดส่งออกข้าวไม่ต่ำกว่า 7 ล้านตัน โดยมีตลาดเพิ่มในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง 2. เจาะตลาดใหม่ ตั้งเป้าในตลาดตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดิอาระเบีย ซึ่งนำร่องอนุญาตให้นำเข้าไก่จาก 11 โรงงานของไทยแล้ว โดยไก่ล็อตแรกจะเริ่มส่งในสัปดาห์หน้า 3.กระทรวงพาณิชย์ประสานงานกับแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างประเทศในการบรรจุสินค้าและบริการของไทยลงบนแพลตฟอร์มประสบความสำเร็จ ล่าสุดแพลตฟอร์มไต้หวัน สามารถนำสินค้าไทยไปขายบนแพลตฟอร์ม 3 แพลตฟอร์ม 1. PChome 2. PINKOI online marketplace เพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าไลฟสไตล์ สินค้า BCG และ3. แพลตฟอร์มออนไลน์ของไปรษณีย์ไต้หวัน

4.การส่งเสริมกิจกรรม Online Business Matching ( OBM )จับคู่ค้าขายออนไลน์และส่งเสริมการขายตามห้างสรรพสินค้าในต่างประเทศ ที่กระทรวงฯดำเนินการต่อเนื่องประสบความสำเร็จ เช่น กลุ่มอาหารแห่งอนาคต สินค้า BCG สร้างมูลค่า 3,450 ล้านบาท โดยคู่เจรจา 5 อันดับแรก ประกอบด้วย อินเดีย เมียนมา ญี่ปุ่น เวียดนามและฟิลิปปินส์ และมีการจัด In-store promotion ที่ห้างดองกี้ของญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จในการขายสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป ผลไม้และข้าว เป็นต้น และภาคการผลิตทั่วโลกยังขยายตัวดูจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตโลก (Global Manufacturing PMI)อยู่เหนือระดับ 50 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 จะเป็นโอกาสสำหรับการส่งออกของไทย และสุดท้ายสถานการณ์ค่าระวางเรือและการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น แต่ยังไม่รวมประเด็นที่จะเกิดขึ้นจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเรื่องโลจิสติกส์และค่าระวางเรือ ตู้คอนเทนเนอร์

Advertisement

” จะเป็นประเด็นที่กระทรวงพาณิชย์จะต้องติดตามกับภาคเอกชนเพื่อแก้ปัญหาร่วมกันต่อไปในรูปของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) ซึ่งเดือนกุมภาพันธ์ ยังไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่เดือนมีนาคมและเมษายน ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและแก้ปัญหาร่วมกับเอกชนต่อไปและลงลึกจากข้อมูลของทูตพาณิชย์ทั่วโลกว่าจะมีผลกระทบด้านไหน ” นายจุรินทร์ กล่าว