หน้าแรก เศรษฐกิจ “ปลัดกระทรวงพ...

“ปลัดกระทรวงพลังงาน” เผย รัฐบาลคลอดมาตรการลดค่าครองชีพด้านพลังงานช่วยปชช.-วินมอเตอร์ไซค์

24.03.22 | 16:31 น.

“ปลัดกระทรวงพลังงาน” เผย รัฐบาลคลอดมาตรการลดค่าครองชีพด้านพลังงานช่วยปชช.-วินมอเตอร์ไซค์ ชี้ ยังตรึงราคาค่าไฟไม่เกิน 30 หน่วย ออกไปอีก 4 เดือน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 มีนาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานการแถลงข่าวมาตรการช่วยเหลือประชาชนจากสถานการณ์ขัดแย้งยูเครน–รัสเซียที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมแถลงด้วย


นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน  กล่าวว่า การช่วยเหลือด้านพลังงานมีด้วยกันหลายมาตรการ หนึ่งในนั้นคือการตรึงราคาน้ำมันดีเซล ไว้ที่ 30 บาท/ลิตร จนถึง 30 เมษายน หลังจากนั้นก็จะมีการขึ้นราคา เนื่องจากสภาพของกองทุนติดลบไม่สามารถที่จะกู้หรือไม่สามารถที่จะมีสภาพคล่องต่างๆ ได้ แต่ก็จะยังไม่ได้ปล่อยลอยทั้งหมดและจะมีการช่วย เช่น คนละครึ่งในการช่วยตรึงราคาครึ่งหนึ่ง ทั้งนี้ ก็ขอให้สถานการณ์ดีขึ้นและราคาน้ำมันลงมาต่ำกว่า 95 ดอลลาร์สหรัฐ เราก็จะสามารถพยุงราคาให้อยู่ที่ 30-32 บาทได้อยู่ โดยในการดำเนินการเช่นนี้กองทุนก็ต้องกู้เงินเข้ามา ซึ่งก็กำลังคุยกับสถาบันการเงินอยู่

“เพื่อเป็นการช่วยอีกทางกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงก็จะยกเลิกการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลเกรดพรีเมี่ยม เนื่องจากเป็นน้ำมันที่ใช้กับกลุ่มรถของผู้ที่มีกำลังค่าใช้จ่ายสูง ฉะนั้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมก็จะยกเลิกตรงนี้ และเก็บราคาเท่ากับราคาจริงและไม่อุดหนุน และจะช่วยผู้ที่ใช้น้ำมันดีเซลเกรดพรีเมี่ยมจะอยู่ที่ประมาณ 1.4 ล้านลิตรต่อวันเพื่อลดภาระการชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและไปชดเชยให้กลุ่มที่มีความจำเป็นส่วนอื่น สำหรับน้ำมันเบนซินที่มีผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นรถส่วนบุคคล เราจะมีการกำหนดมาตรการที่ช่วยสนับสนุนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะให้ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นและเขาจะขึ้นราคาไม่ได้ เราจะต้องมีการประสานงานกับกรมขนส่งทางบกในการควบคุมราคา ไม่ใช่ว่าช่วยแล้วก็มีการเพิ่มราคาด้วย ซึ่งจะต้องช่วยผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะได้รับสิทธิ์ช่วยลดที่มีการลดค่าโดยสารที่ไม่เป็นธรรม โดยต้องมีการกำกับดูแลในส่วนนี้ด้วย” นายกุลิศ กล่าว

นายกุลิศ กล่าวต่อว่า โดยก๊าซหุงต้มมีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงเรื่อยๆ ราคาจริงวันนี้อยู่ที่ 463 บาทต่อถัง แต่ตรึงราคาไว้อยู่ที่ 318 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม ต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันชดเชยส่วนต่างไปแล้ว ประมาณ 28,800 ล้านบาท ยอมรับว่าหากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ลงราคาไว้ไม่ไหว วันที่ 31 มีนาคมจะสิ้นสุดราคา 318 บาทดูที่ 1 เมษายน มีการปรับเพิ่ม 1 บาทต่อกิโลกรัม และในเดือนพฤษภาคมขอปรับเพิ่มอีกกิโลละ 1 บาท เดือนมิถุนายนกิโลกรัมละ 1 บาท แต่หากดูแล้วจะเกินราคาจริง ซึ่งต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันในการอุดหนุนเงินตรงนี้ โดยมีส่วนต่างกว่า 100 บาท ขณะที่ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะมีการลดก๊าซ LPG หุงต้ม ส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้ม 100 บาทต่อ 3 เดือน โดยใช้งบกลางและปตท.ให้ส่วนลดในการซื้อก๊าซ LPG ไม่เกิน 100 บาทต่อรายต่อเดือน อีกกว่า 5,500 ต้องเป็นผู้ค้าหาบเร่แผงลอยที่ได้ลงทะเบียนกับปตท.ก่อนหน้านี้

Advertisement

นายกุลิศ กล่าวด้วยว่า ส่วนการดูแลก๊าซ NGV สำหรับยานยนต์จะตรึงราคาขายปลีก 15.59 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมสนุนให้กับผู้ขับขี่รถแท็กซี่ภายใต้ลมหายใจเดียวกัน มาที่ 13.26 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งขณะนี้ความต้องการพลังงานไม่ว่าจะชนิดใดสูงขึ้นทั้งหมด จากปัญหาความขัดแย้งในต่างประเทศ ด้านราคาเรียกเก็บค่าไฟฟ้า มีการตรึงราคา ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ค่า FT อยู่ที่-15.32 สตางค์ต่อหน่วย ขึ้นเป็น 1.39 สตางค์ต่อหน่วย ฐานรวมที่ 3.7บาทต่อหน่วย และเดือนพฤษภาคมค่า FT จะต้องขึ้นเป็น 1.39 สตางค์ต่อหน่วย ไปถึง 129 สตางค์ต่อหน่วย ฐานรวม 4.77 บาทต่อหน่วย โดยจะมีการบรรเทาผู้ที่ใช้ค่าไฟไม่เกิน 30 หน่วย โดยมีการตรึงออกไปอีก 4 เดือน ในเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคม คิดค่า FT 1.39 สตางค์ต่อหน่วย โดยจะมีประชาชนได้รับประโยชน์อยู่ประมาณ 20 ล้านรายทั่วประเทศ

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ามาตรการที่ออกมาในการช่วยเหลือจะใช้งบประมาณทั้งสิ้นประมาณ 200,000-210,000 ล้านบาท ในการออกมาตรการระยะสั้น 3 เดือน ซึ่งหวังว่าสถานการณ์จะจบไปได้ด้วยดี พร้อมกับขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันประหยัดพลังงานด้วยเช่นกัน เนื่องจากไม่ทราบว่าสถานการณ์ข้างหน้าอีก 3 เดือนจะเกิดอะไรขึ้น