‘นายกฯ’ หนุนตั้ง คณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์ เพิ่มมูลค่าส่งออก กลุ่มประเทศมุสลิม

‘นายกฯ’ หนุนตั้ง คณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์ เพิ่มมูลค่าส่งออก กลุ่มประเทศมุสลิม

เมื่อวันที่ 30 มีนาคม นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสินค้าและผลิตผลการเกษตรมาตรฐานฮาลาล ซึ่งล่าสุดมีมติให้จัดตั้ง “คณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์” (Thailand Halal Taskforce) ขยายความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนผ่านอุตสาหกรรมสินค้าเกษตรและอาหารมาตรฐานฮาลาล รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มช่องทางการส่งออกสินค้า สร้างงานสร้างอาชีพเพิ่มเติมให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงตลาดกลุ่มประเทศมุสลิมได้มากยิ่งขึ้น

นายธนกร กล่าวว่า นับเป็นความสำเร็จของรัฐบาลที่ได้ต่อยอดเจรจาขยายความร่วมมือเกี่ยวกับการค้าการลงทุนสินค้าเกษตรและอาหาร และระบบรับรองมาตรฐานฮาลาล กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) รวมทั้งจากกรณีที่ซาอุดีอาระเบียยกเลิกการห้ามนำเข้าไก่แปรรูปจากไทย ซึ่งเป็นความสำเร็จจากนายกรัฐมนตรีที่ได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบียได้เป็นผลสำเร็จ จนเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา ไทยได้ส่งออกไก่แปรรูปล็อตแรกไปยังซาอุดีอาระเบีย คาดว่า ภายในสิ้นปี 2565 นี้จะส่งออกได้อีก 300 ตู้ ปริมาณ 6,000 ตัน มูลค่ากว่า 400-500 ล้านบาท ซึ่งสินค้าทั้งหมดจะผ่านกระบวนการมาตรฐานสากลอย่างเคร่งครัดตามหลักศาสนาอิสลาม และผ่านการรับรองจากคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยโดยคณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์ที่ตั้งขึ้นนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน อาทิ ผู้แทนจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย สถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย ศูนย์ AIC สถาบันฮาลาล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันอาหาร สมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เป็นต้น ขณะที่ภาครัฐมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้แผนปฏิบัติการฮาลาล (Thailand Halal Blueprint) ซึ่งเป็นแผนแม่บทสำหรับการพัฒนาอุตสาหกรรมฮาลาลของไทยให้มีศักยภาพในการแข่งขันในตลาดที่สำคัญ

นายธนกร กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารอันดับ 13 ของโลก จึงมีศักยภาพในการผลิตและส่งออกสินค้าฮาลาล จึงพร้อมเดินหน้า และเชื่อมั่นว่าจะเข้าถึงตลาดประชากรมุสลิมซึ่งมีจำนวนกว่า 2,000 ล้านคน รวมทั้งต่อยอดโครงการลงทุนเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรฮาลาล ใน 5 จังหวัด ภาคใต้ ยะลา นราธิวาส ปัตตานี สตูล และสงขลา นายกรัฐมนตรีเล็งเห็นถึงความสำคัญของการขยายความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนของไทยในต่างประเทศเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยประเทศไทยมีศักยภาพและมีมาตรฐานในการพัฒนาสินค้าเกษตรและอาหารฮาลาล จึงเชื่อมั่นว่าคณะทำงานฮาลาลไทยแลนด์นี้ จะเร่งรัดการขยายความร่วมมือด้านสินค้าเกษตรและอาหารมาตรฐานฮาลาล ซึ่งเป็นตลาดใหญ่มีมูลค่าตลาดกว่า 30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ได้สำเร็จ และจะสามารถยกระดับความเชื่อมั่นเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon