หน้าแรก เศรษฐกิจ กยท.พร้อมจัดย...

กยท.พร้อมจัดยิ่งใหญ่! มหกรรมยางพารา64 ‘นครฯแห่งนวัตกรรมยางพารา’ 8-10 เม.ย.นี้

30.03.22 | 17:27 น.

พร้อมจัดงานยิ่งใหญ่ มหกรรมยางพารา64 ‘นครฯแห่งนวัตกรรมยางพารา’ 8-10 เม.ย.นี้ ‘วิชัย’มั่นใจเพิ่มรายได้เกษตรกร ระบุสินค้าส่งออกที่สำคัญ เชื่องานยางนครบูมแน่นอน กยท.ชี้ไทยปลูกยางอันดับ 1 ของโลกดันวาระของโลก ผู้ว่าฯชูศูนย์กลางยางพารา ‘คาราบาวแดง’พร้อมเดินเคียงข้างเกษตรกร ลุยเปิดบูธแจกชิม เครื่องดื่ม สอยดาวแจกรางวัล และเปิดฝาชิงโชค

.
เมื่อวันที่ 30 มีนาคม ที่ห้องประชุมอาคารข่าวสด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การยางแห่งประเทศไทย(กยท.) จ.นครศรีธรรมราช และบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวมหกรรมยางพารา 2564 ‘นครฯแห่งนวัตกรรมยางพารา’ ระหว่างวันที่ 8-10 เมษายนนี้ ณ สนามการยางแห่งประเทศไทยเขตภาคใต้ตอนกลาง อ.ช้างกลาง จ.นครศรีธรรมราช โดยมีตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพูดถึงงานดังกล่าวฯ ได้แก่ นายวิชัย ไตรสุรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย , นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายกมลดิษฐ สมุทรโคจร รองกรรมการผู้จัดการสายงานการผลิต บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

นายวิชัย กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำงานบูรณาการร่วมกับทางกยท. ทางกยท.เป็นรัฐวิสาหกิจ โดยมหกรรมนี้มีจุดประสงค์เพื่อที่จะเป็นการเพิ่มรายได้ อยากเห็นภาพรวมว่าประเทศไทยมีพื้นที่ทั้งหมดอยู่ 323 ล้านไร่ และเป็นพื้นที่การเกษตรอยู่ 149 ล้านไร่ แต่ที่สำคัญคือเรื่องยาง ยางถือเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศ และเป็นอันดับ 1 ที่ผลิตได้อยู่ประมาณ 4.4 ล้านตัน ตรงนี้ถือว่ามากที่สุดในโลก มูลค่าที่ส่งออกไปในปีที่ผ่านมาถือว่าประสบความสำเร็จมาก ประมาณแสนกว่าล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าที่ในสถานการณ์โควิด-19 แบบนี้ สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องเกี่ยวกับ เรื่องการสร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและยาง โดยนโยบายของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีกระทรวงว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มี 5 ยุทธศาสตร์ เป็นสิ่งที่จะช่วยเสริมในเรื่องของ เน้นเรื่องการตลาดและการผลิต และการนำเรื่องเทคโนโลยี 4.0 เข้ามาใช้ เทคโนโลยี 4.0 ตอนนี้ ทุกหน่วยงานทุกส่วน อยากจะได้เทคโนโลยีในสถานการณ์โควิดแบบนี้ และที่สำคัญคือนำนโยบาย 3S เข้ามาด้วย เรื่องเกษตรปลอดภัย เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน แต่ที่สำคัญคือตอนนี้ทางกระทรวงเกษตรฯดำเนินนโยบายตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากากรระทรวงกลาโหม คือเรื่องการทำงานระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคอุตสาหกรรม พี่จะไปช่วยในลักษณะแปรรูป และทำอย่างไรให้ เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรเข้มแข็งมากขึ้น

“จ.นครศรีธรรมราช มีอยู่กว่า 20 อำเภอ ใน 20 กว่าอำเภอนี้มีเกษตรกร ส่วนใหญ่ที่ทำมาดั้งเดิม คือเน้นไปที่สวนยาง และเหมือนเป็นวิถีชีวิต แต่สิ่งหนึ่งที่กระทรวงเกษตรฯมีนโยบาย ใหม่เข้ามาคือเรื่อง ศูนย์ EEC เทคโนโลยีเพื่อการเกษตร ซึ่งมีทุกจังหวัด ตัวอย่างเช่น จ.นครศรีธรรมราช จุดเด่นของเขาคือเรื่องของยาง และนำมหาวิทยาลัย เข้ามาร่วมด้วย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏเข้ามา พัฒนาเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วย เรื่องการแปรรูปเพื่อจะเพิ่มมูลค่าของยางอย่างไรที่ไม่ให้ราคาต่ำกว่า 60 บาทต่อกิโลกรัม รัฐบาลมีนโยบายที่จะประกันรายได้ซึ่งก็มีอยู่ระยะ 2 ระยะ 3 ถือว่าเป็นสิ่งดีให้กับชาวสวนเกษตรกรสวนยาง และแนวโน้มราคายางตอนนี้ดีขึ้นแน่นอน ผมเป็นคน จ.นครศรีธรรมราชเรียนจบที่นั้น คนใต้หรือคนนคร หนึ่งคือมีความมุ่งมั่นในการทํางาน มีความจริงใจมีความทุ่มเท และจ.นครศรีธรรมราชเป็นเมืองพระอยู่แล้ว เรื่องยางไปเปิดตัวที่นั่นเป็นศูนย์กลางในปีนี้ เป็นจุดดีเป็นจุดขาย ที่จะทำให้ตัวราคายาง ดีขึ้นแล้วทำให้เรื่องของการนำเทคโนโลยีมาใช้ ตามนโยบายของนายกฯ และนโยบายของรัฐบาล ผมว่าราคายางเกษตรกรยังอยู่ได้แน่นอน มีแนวโน้มแต่จะเพิ่มขึ้น “ผู้ตรวจฯกล่าว

Advertisement

นายณกรณ์ กล่าวว่า โครงการเรื่องของการจัดมหกรรมยางพาราเป็นกิจกรรมที่ทางมติชน ให้การสนับสนุนจัดมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ จ.บึงกาฬ จนกระทั่งปีนี้เป็นปีแรกที่เปิดโอกาสให้ มีการจัดในพื้นที่อื่นบ้าง จนวันนี้กลับมาที่จ.นครศรีธรรมราช เป็นจุดศูนย์กลางในการปลูกยาง เป็นศูนย์กลางของน้ำยาง เหมาะที่สุดแล้วในการจัดงานมหกรรมยางพาราใน จ.นครศรีธรรมราช สำหรับแนวคิดงานในวันยางในครั้งนี้ จากสถานการณ์ปัจจุบันเอง คงปฏิเสธไม่ได้ที่ ต้องให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของเทคโนโลยีมากขึ้น ให้ความสำคัญกับการจัดการเกี่ยวกับนวัตกรรมมากขึ้น จะเห็นจากในงานว่ามีการนำเสนอ เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ของการดูแลจัดการในเรื่องของมาตรฐาน วันนี้มาตรฐานเป็นสิ่งสำคัญ กระทรวงเกษตรฯเองผลักดันให้ทำเรื่องของ FSCหรือสวนยางมาตรฐาน ซึ่งในงานจะมีการ จัดเป็นโชว์เคสแนะนำเรื่องการแสดง เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึก ให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง ไม่ใช่แค่ของจ.นครศรีธรรมราชแต่เป็นของทั้งประเทศไทย วันนี้ตำแหน่งคือ ประเทศปลูกยางอันดับ 1 ของโลก ต้องผลักดันเรื่องนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นวาระของประเทศ แต่เป็นวาระของโลก

นายไกรศร กล่าวว่า ถ้าพูดถึงเรื่องศักยภาพมองที่ปลายทาง 1. การแข่งขันกับต่างประเทศได้ 2. สามารถใช้เศรษฐกิจพอเพียงได้ จะเห็นว่าศักยภาพจะตอบโจทย์ได้ทั้งสองอย่าง เรื่องแรกคือ จ.นครศรีธรรมราชมีประชากร 1,500,000 คน มี 23 อำเภอ และ1,600 กว่าหมู่บ้าน ในศักยภาพของตัวเองพึ่งพากันเองได้ภายในจังหวัดเป็นที่มั่น เรื่องที่สองเป็นศูนย์กลางคมนาคม วันนี้ทางรถไฟและทางบก ทางสายการบิน โดยปกติ 60 เที่ยว หรือประมาณ 20 เที่ยว วันหนึ่งจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 7,000 คน ในช่วงนี้จะอยู่ที่ 1,800 หรือ 2,000 คน มีผลิตภัณฑ์มวลรวม ทั้งปี 180,000 ล้านบาท อันดับ 1 คือด้านการเกษตร 47,000 ล้านบาทต่อปี อันดับ 2 เป็นการค้าปลีก ปีละประมาณ 10,000 กว่าล้านบาท 2 ตัวนี้ช่วยพยุงเศรษฐกิจพอเพียงและพร้อมที่จะแข่งขันกับนานาชาติ ไม่ใช่เมืองหลักท่องเที่ยวเป็นเมืองรอง แต่นักท่องเที่ยวในช่วงโควิด19 มาที่จ.นครศรีธรรมราช เป็นอันดับหนึ่งของภาคใต้ รายได้เป็นอันดับ 6

นายไกรศร กล่าวว่า พื้นที่ในจ.นครศรีธรรมราช 6 ล้านกว่าไร่ ปลูกยางพาราประมาณ 1,888,000 ไร่ เพิ่มแต่ละปีประมาณ 1 แสนไร่ ผลิตผลยางพารา ประมาณ 399,000 ตันต่อปี หรือประมาณ 4 แสนตัน เป็นเมืองที่ผลิตยางค่อนข้างมาก ทำทั้งน้ำยางสด ที่ผลิตได้ประมาณ 204,000 ตัน และมียางก้อนถ้วยปีละประมาณ 120,000 ตัน นอกจากนั้นจะเป็นยางแผ่น ประมาณ 32,000 ตัน และยางแผ่นอบแห้งหรือยางรมควัน ประมาณ 21,000 ตัน นี่คือศักยภาพของจ.นครศรีธรรมราช โรงงานทุกมิติรวมถึงด้านยางพารา มีโรงงานที่แปรรูป ผลิตภัณฑ์ยางพาราเฉพาะโรงที่จดทะเบียน ด้วยทุนเกิน 100 ล้าน มีอยู่ 5 โรงงาน เป็นศูนย์กลางของยางพารา หลายๆอย่างกำลังขับเคลื่อน ต่อยอดเรื่องยางพาราค่อนข้างมาก จะสังเกตว่าในด้านการพลังงานต่างๆ นครศรีธรรมราชเป็นหมุดหมาย ในแผนเฉพาะที่ 13 ที่จะต้องพัฒนาเรื่องพลังงานต่างๆ และการปูพื้นเรื่องยางพารานั้น เป็นศักยภาพที่ก้าวกระโดดสู่การแข่งขันกับนานาชาติด้วย

นายกมลดิษฐ กล่าวว่า ในนามของผู้บริหารคาราบาวแดงต้องขอขอบคุณ งานวันยางที่ได้ให้เกียรติเป็นผู้ร่วมสนับสนุน ไม่ใช่ปีแรก เป็นหน่วยงานที่จูงมือกับมติชนมาตลอด ในเรื่องของการจัดกิจกรรมงานวันยาง ขายเครื่องดื่มชูกำลัง และเกษตรกรกับเครื่องดื่มมาด้วยกัน ตนเป็นมวลชนเหมือนกัน ทำสิ่งที่ทำได้เพื่อมวลชนส่วนใหญ่ของประเทศ และเต็มที่ จะมีกิจกรรมที่จัดเป็นพิเศษ เช่น เปิดบูธแจกชิม เครื่องดื่ม สอยดาวแจกรางวัล และเปิดฝาชิงโชค คาราบาวแดงเป็นผู้สนับสนุน คล้ายกับว่าสร้างสีสัน งานหลักจะเป็นงานของผู้ทรงคุณวุฒิที่จะลงไปร่วมมือกับเกษตรกรทั้งหลายให้เป็นเรื่องที่ ก่อสร้างรายได้ และสร้างอาชีพขึ้นมา สนับสนุนเล็กๆน้อยๆสร้างสีสัน ขอเชิญชวนให้ไปเที่ยวงานเป็นหลัก ไปเยี่ยมชมไปหาความรู้ไปฟังการบรรยายต่างๆ และมีเครื่องดื่มของเราให้บริการอยู่ตลอดงาน