หน้าแรก เศรษฐกิจ อุตุฯ แจงเฟคน...

อุตุฯ แจงเฟคนิวส์สะพัด ฤดูฝนปีนี้ หวิดเจอวิกฤตท่วมซ้ำปี 54

4.04.22 | 16:54 น.

อุตุฯ แจงเฟคนิวส์สะพัด ฤดูฝนปีนี้ หวิดเจอวิกฤตท่วมซ้ำปี 54

เมื่อวันที่ 4 เมษายน กรมอุตุนิยมวิทยา ออกหนังสือชี้แจงระบุว่า ตามที่มีสื่อสังคมออนไลน์ ได้มีการเผยแพร่ข้อความ เรื่อง อากาศช่วงนี้ เหมือนกับอากาศที่เกิดในเดือนมีนาคม ปี 2554 หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นในฤดูฝนปีนั้น คงไม่ต้องบอกเพราะทุกท่านจำได้ไม่ลืมและพบเจอกับตัวเอง ดังนั้นหากพิจารณาจากหลักทฤษฎีของความคล้ายคลึงกันของสภาพอากาศแล้ว ฤดูฝนปีนี้ พึงระวังให้จงหนักสำหรับหน่วยงานที่ดูแลเรื่องน้ำ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้นนะครับ กลัวว่าจะไม่เตือน นั้น


กรมอุตุนิยมวิทยา ขอเรียนชี้แจงว่า ข้อความดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ต้องติดตาม ให้ตระหนักในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างรอบคอบรอบด้าน โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการน้ำ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก แม้ว่าตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา ปริมาณฝนที่ตกในปีนี้มีค่าปริมาณฝนสะสมเฉลี่ยทั้งประเทศสูงกว่าค่าปกติร้อยละ 113 ใกล้เคียงกับปี 2560 ซึ่งเป็นปีที่มีน้ำมากมาตั้งแต่ต้นปี แต่เมื่อเทียบตามสัดส่วนของฝนที่ตกเป็นรายเดือนแล้วยังถือว่า ฝนในช่วงต้นปีมีน้อยกว่าในช่วงฤดูฝนมาก ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาจะติดตามและรายงานสถานการณ์ รวมทั้งคาดการณ์ความผิดปกติของลมฟ้าอากาศ รวมทั้งผลกระทบที่จะมีต่อพี่น้องประชาชนให้ทราบอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ

ปริมาณฝนสะสมบริเวณประเทศไทยปี 2554,2560-2565 เทียบกับค่าปกติคาบ 30 ปี (พ.ศ.2534-2563)

สถานการณ์ฝนในปีนี้ เมื่อพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่ใช้สำหรับการคาดหมายระยะนาน เช่น ปรากฏการณ์เอนโซ (ENSO) แล้ว ปี 2565 เป็นปีของปรากฏการณ์ลานีญาคล้ายคลึงกันกับช่วงต้นปี 2554 และ 2561 ซึ่งคาดว่าจะเข้าสู่ภาวะเป็นกลางในระยะต่อไป จึงทำให้ช่วงต้นปีนี้ ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนจะมีปริมาณฝนตกมากกว่าค่าปกติ แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว คาดการณ์ว่าปริมาณฝนจะใกล้เคียงหรือสูงกว่าค่าปกติ ทำให้ปริมาณฝนเฉลี่ยจะคล้ายคลึงกับปี 2561 ดังนั้น จึงขอให้ติดตามการพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาเป็นระยะๆ เพื่อเป็นแนวทางประกอบการวางแผนตัดสินใจทั้งในระยะต่างๆ

ทั้งนี้ การพยากรณ์อากาศมีข้อจำกัดเรื่องความคลาดเคลื่อนยิ่งนานยิ่งมีความคลาดเคลื่อนสูง อีกทั้งประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อน ลักษณะอากาศมีความผันแปรได้ตลอดเวลาแม้ในช่วงสั้นๆ จึงจำเป็นต้องติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อการนำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Advertisement

สำหรับในเรื่องของอุณหภูมิที่ลดลงต่ำกว่าปกติในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นสืบเนื่องมาจากปรากฏการณ์ลานีญา ร่วมกับความผันผวนในเขตอาร์กติกซึ่งมีค่าดัชนี AO เป็นลบ โดยในภาวะดังกล่าวนั้น ความกดอากาศบริเวณขั้วโลกจะค่อนข้างสูง ส่วนบริเวณละติจูดกลาง (ประมาณ 45 องศาเหนือ) จะมีความกดอากาศต่ำกว่า อากาศหนาวเย็นจะไหลลงมาทางใต้สู่อเมริกาเหนือ ยุโรปและเอเชีย (http://www.ucar.edu)

ซึ่งเมื่อพิจารณา AO index รายวันและคาดการณ์ตามรูปที่ 2 พบว่าในช่วงปลายเดือนมีนาคม ดัชนีมีค่าเป็นลบต่อเนื่องตลอดจนถึงวันที่ 3 เมษายน แสดงถึงมวลอากาศเย็นจากขั้วโลกไหลลงมาทางใต้ได้มากกว่าช่วงเวลาอื่นๆ โดยเริ่มกลับเป็นปกติในวันที่ 4 เมษายนและจะกลับมามีค่าเป็นบวกอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลให้มวลอากาศเย็นล่าถอยและอ่อนกำลังลงไป

อย่างไรก็ตาม อากาศหนาวเย็นที่เกิดขึ้นในช่วงวันที่ 2-4 เมษายน 2565 เป็นผลมาจากความผันผวนของมวลอากาศเย็นในเขตละติจูดสูงและละติจูดกลาง ส่งผลกระทบกับศูนย์กลางความกดอากาศสูงบริเวณไซบีเรียให้มีกำลังแรงขึ้นและแผ่ลงมาทางใต้ปกคลุมถึงประเทศไทย ประกอบกับในช่วงวันที่ 2-4 เมษายน 2565 ประเทศไทยยังได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์ลานีญาที่แม้จะมีกำลังอ่อนแต่ก็มีผลกระทบต่ออุณหภูมิของประเทศไทย

ทำให้อุณหภูมิลดลงและมีอากาศหนาวเย็นในช่วงฤดูร้อนเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม 2554 มาแล้ว โดยในปี 2554 นั้นดัชนี AO มีค่าเป็นลบต่อเนื่องตลอดครึ่งหลังของเดือนมีนาคมซึ่งกินระยะเวลามากกว่าในปีนี้ นอกจากนี้การที่อุณหภูมิลดลงมากในช่วงเวลาสั้นๆ นั้นส่งผลให้ร่างกายของมนุษย์และสัตว์ปรับตัวไม่ทันจะรู้สึกหนาวเย็นกว่าอุณหภูมิอากาศตามปกติ และอากาศเย็นเมื่อปะทะกับอากาศร้อนที่ปกคลุมอยู่เดิมยังทำให้เกิดฝนตกเพิ่มขึ้นด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :