น.ส.พัชรา รัตนบุบผา อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ณ กรุงเบอร์ลิน เยอรมนี เปิดเผยว่า สำนักงานได้เดินหน้าขยายโอกาสให้กับสินค้าไทยและอาหารไทยในตลาดเยอรมนี โดยได้เข้าไปช่วยเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่ขายสินค้าในตลาด “ไทยพาร์ก” กับผู้ประกอบการที่นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าไทย และห้างค้าปลีกที่นำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากเอเชีย เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงการทำธุรกิจ ช่วยลดต้นทุนให้กับพ่อค้าแม่ค้า รวมทั้งช่วยเพิ่มความต้องการสินค้าไทย วัตถุดิบอาหารไทย ที่จะมีผลทำให้มีการส่งออกเข้าสู่ตลาดเยอรมนีได้เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ได้เข้าไปช่วยเหลือ ทั้งการให้คำปรึกษา การเป็นพี่เลี้ยงให้กับสมาคมศูนย์ชุมชนชาวไทยในเบอร์ลินในการบริหารจัดการตลาดนัด “ไทยพาร์ก” และยังได้นำคณะกรรมการสมาคมเดินทางไปเมือง Wiesenena พบปะกับผู้บริหารบริษัท Wilai GmgH ผู้ประกอบการไทย ที่ทำธุรกิจด้านนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าไทยจำพวกของขวัญ ของที่ระลึก และของตกแต่งบ้าน ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นรายใหญ่สุดของเยอรมนี เพื่อทำความรู้จักและเจรจาการสั่งซื้อสินค้านำมาจำหน่ายในไทยพาร์ก รวมทั้งช่วยเจรจากับร้าน Vinh Loi ผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกสินค้าบริโภคและอุปโภคต่างๆ นำเข้าจากภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทย เพื่อทำธุรกิจระหว่างกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าในตลาดไทยพาร์ก ที่จะได้ส่วนลดพิเศษ จากการซื้อสินค้าอาหารไทยและเครื่องปรุงต่างๆ จากร้าน Vinh Loi เพื่อมาเป็นวัตถุดิบสำคัญในการปรุงอาหารขายในตลาดไทยพาร์ก
น.ส.พัชรากล่าวต่อว่า ไทยพาร์กได้กลับมาเปิดอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเป็นตลาดนัดอาหารไทยแนว Street Food ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคยุโรป ตั้งอยู่ในสวนพรอยเซ็นพาร์ก สวนสาธารณะขนาดใหญ่ บนพื้นที่กว่า 7,000 ตารางเมตร ใจกลางกรุงเบอร์ลิน โดยไทยพาร์กจะเปิดขายอาหารในช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ ในช่วงหน้าฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วง (เม.ย.-ต.ค.) ของทุกปี ปัจจุบันมีจำนวนพ่อค้า แม่ค้าชาวไทยกว่า 60 ราย ที่มาเปิดร้านขายอาหารไทย ทั้งเมนูคาวหวานต่างๆ มากมาย เช่น ส้มตำ ห่อหมก อาหารใต้ อาหารเหนือ ขนมจีน อาหารทะเลทอด ไก่สะเต๊ะ ผัดไทย เกี๊ยวนึ่ง เปอะเปี๊ยะ ทอดมันปลา ขนมกล้วย ขนมฟักทอง ขนมชั้น และอื่นๆ สำหรับลูกค้ามีทั้งชาวไทย ชาวเยอรมัน และชาวต่างชาติต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในกรุงเบอร์ลินและใกล้เคียง โดยจะแวะเวียนมาวันละไม่ต่ำกว่า 10,000 คน จุดเด่นที่สำคัญของไทยพาร์ก คือ รสชาติอาหารไทยจัดจ้านแบบไทยแท้ๆ ราคาย่อมเยา อัธยาศัยไมตรีของพ่อค้า แม่ค้าชาวไทย และทำเลที่ตั้งที่สะดวกต่อการเดินทางและการพักผ่อน
สำหรับความเป็นมาของไทยพาร์ก เริ่มต้นขึ้นในปี 1992 เมื่อครอบครัวชาวไทย-เยอรมันกลุ่มเล็กๆ เพียง 4 ครอบครัว มาปิกนิกด้วยกันที่สวน จากนั้นในกลุ่มหญิงไทยก็เริ่มชักชวนกันมาแบบปากต่อปาก ตลอดจนถึงหญิงชาวลาว ชาวกัมพูชา และชาวฟิลิปปินส์ จนทำให้ทุกคนมาปิกนิกที่สวนแห่งนี้เป็นประจำ และค่อยๆ พัฒนาเป็นชุมชนกลายๆ แห่งหนึ่ง ที่ทุกคนจะทำอาหารจานเด็ดของตนมาจากบ้านเพื่อแบ่งปันกันลิ้มลอง กิจกรรมที่ทุกคนโปรดปราน คือ การกินและเล่นพนัน เป็นกิจกรรมที่ทำให้ทุกคนใช้เวลาอยู่ในสวนได้ตลอดทั้งวัน เมื่อวงพนันยังไม่จบ แต่อาหารหมดเสียก่อน ก็เริ่มถามคนรอบตัวว่ามีใครมีอาหารแบ่งขายให้บ้าง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งแผงขายอาหาร หลังจากนั้นไม่กี่ปี แผงขายอาหารก็เป็นที่รู้จักในวงกว้างทั้งชาวเยอรมันและชาวต่างชาติ จนเกิดเป็น “ไทยพาร์ก” ที่เป็นที่รู้จักกันทุกวันนี้
นอกจากนี้ สมาคมศูนย์ชุมชนชาวไทยในเบอร์ลิน (Thailändischer Verein in Berlin e.V.) ยังได้รับเลือกจากรัฐบาลเบอร์ลินให้เป็นผู้ดูแลบริหารไทยพาร์ก โดยมีแนวคิดที่จะบริหารจัดการไทยพาร์กแบบใหม่ เพื่อบริหารจัดการและกำกับดูแลผู้ค้าในไทยพาร์กได้อย่างใกล้ชิด และกำหนดให้ผู้ประกอบการขายอาหารไทยในไทยพาร์กต้องขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายของเยอรมัน

