‘มนัญญา’ เล็งชงเรื่องสหกรณ์ออมทรัพย์เกษตรฯ โกงเงิน ให้ ‘บิ๊กตู่’ ลงนามเป็นคดีพิเศษ ดึง ‘ดีเอสไอ’ เข้าตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 6 เมษายน ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมหารือการแก้ไขปัญหาเงินฝากของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จำกัดว่า จากกรณีที่มีข่าวเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ยักยอกทรัพย์ของสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ เมื่อวันที่ 3 เม.ย.65 ที่ผ่านมา จึงได้สั่งการให้ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวบรวมรายละเอียดทั้งหมด เบื้องต้นข้อมูล ณ วันที่ 6 เม.ย.65 พบผู้เสียหาย 85 ราย จำนวนเงิน 491 ล้านบาท
ทั้งนี้ ได้ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ (กสส.) และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ (กตส.) เข้าไปร่วมกับกรรมการสหกรณ์ในการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทั้ง 2 ราย รวมทั้งประสานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อให้คดีนี้เข้าไปอยู่ในกฎหมาย ปปง.และดีเอสไอ เพื่อสามารถตรวจสอบเชิงลึก เรียกหลักฐานเอกสาร บัญชีและทรัพย์สินที่มีการโอนถ่ายหรือแอบแฝงไว้ในบัญชีผู้อื่น
นอกจากนั้น ขอฝากให้สหกรณ์ทั่วประเทศนำระบบเงินฝากเข้าสู่ระบบแอพพลิเคชั่นที่ กสส. และ กตส. ได้ทำขึ้น เพื่อให้สมาชิกผู้ฝากเงินสามารถตรวจสอบสถานะทางการเงินของแต่ละคนได้ตลอดเวลา กรณีที่สหกรณ์ใดประวิงเวลาหรือไม่ดำเนินการตามนี้ ก็อาจจะเป็นเหตุให้ตั้งข้อสงสัยได้ว่าส่อกระทำการทุจริตหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องฝากสมาชิกสหกรณ์ทุกคนร่วมกันขับเคลื่อนให้สหกรณ์ของตัวเองเข้าสู่ระบบแอพพลิเคชั่นดังกล่าว
“หลังจากนี้จะทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ลงนามให้เรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ ซึ่งล่าสุด ดิฉัน และ กสส. กตส. มีหลักฐานเส้นทางการเงิน เส้นทางทรัพย์สิน ทั้งในอดีตหรือแม้กระทั่งการใช้จ่ายซื้อของล่าสุดไว้ในมือหมดแล้ว บางรายการเปิดเผยไม่ได้ เพราะอาจกระทบกับหลักฐาน ดังนั้นขอฝากไปยังเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตว่า ควรมามอบตัวและคืนทรัพย์สินที่มีการยักยอกไป เพื่อบรรเทาโทษ ดังนั้นเชื่อว่าการสืบทรัพย์จะใช้เวลาไม่มากที่จะนำมาคืนให้กับสมาชิกสหกรณ์ ส่วนผู้กระทำผิดนั้น ขณะนี้ได้รับรายงานว่าบางคนหนีไปประเทศลาว บางคนหนีไปประเทศเวียดนาม ก็ขอฝากไปถึงทั้งสองคนว่าให้กลับมามอบตัวเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะขณะนี้การกระทำของทั้งสองคนทำให้ครอบครัวเดือดร้อน” น.ส.มนัญญากล่าว
น.ส.มนัญญากล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ กสส. และ กตส. เร่งรัดดำเนินการใน 2 มาตรการคือ 1.ให้ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่าง 2 กรม เพื่อติดตามแก้ไขปัญหาของสหกรณ์ และผลกระทบที่สมาชิกได้รับและรายงานผลให้ทราบภายในเดือน เม.ย.นี้ นอกจากนั้นให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ หากพบรายใดมีส่วนกระทำผิดให้ใช้อำนาจนายทะเบียนสั่งหยุดหน้าที่หรือให้พ้นจากตำแหน่งทันที หากจำเป็นให้พิจารณาตั้งคณะกรรมการชั่วคราวขึ้นมาแก้ไขปัญหาได้ รวมทั้งให้อธิบดีทั้งสองกรมประสาน ปปง. และดีเอสไอตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมดของผู้กระทำผิด ทั้งสืบค้น อายัดทรัพย์สิน เพื่อป้องกันความเสียหายให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด (เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นมากกว่า 100 ล้านบาท)
2.ให้ กตส.ตรวจสอบสถานะทางการเงินของสหกรณ์ว่ายังมีสภาพคล่องอย่างไร ดำเนินกิจการได้ตามปกติหรือไม่ และให้ตรวจสอบการทำงานของเอกชนที่สหกรณ์จ้างตรวจบัญชีว่า มีมาตรการการตรวจสอบอย่างไร ระหว่างการตรวจสอบควรระงับการสอบบัญชีของเอกชนรายนี้ หากพบว่ามีส่วนรู้เห็นให้ถอดชื่อออกจากทำเนียบของกรม หรือแบล๊กลิสต์ ส่วนการแก้ไขในระยะต่อไป ให้ทั้งสองกรมไปตรวจสอบว่ายังมีช่องโหว่ใด ของระเบียบและกฎหมายที่ทำให้สามารถทุจริตได้
นายทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้สั่งให้ปิดสำนักงานสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ ห้ามคนเข้าไป เพื่อป้องกันการทำลายเอกสาร นอกจากนั้น ได้เร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขข้อบกพร่องโดยเร่งด่วน โดยให้ไปดูว่าระเบียบคำสั่งใดที่สมควรต้องมีการปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องอะไรหรือไม่ เพื่อนำมาสู่การพิจารณาปรับปรุงให้บังคับใช้ได้ในระยะต่อไป
นายประกอบ เผ่าพงศ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า เบื้องต้นพบผู้เสียหาย 85 ราย วงเงิน 491 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มเติมเนื่องจากยังตรวจสอบไม่ครบ 100% ดังนั้น ขอให้สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯทุกท่าน เร่งแจ้งรายชื่อหรือตรวจสอบทรัพย์สินของตนภายในวันที่ 8 เม.ย.นี้ เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ครอบคลุมทั้งหมด
ด้าน นางอัญชนา ตราโช รองประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์กระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า สหกรณ์มีทุนเรือนหุ้น 1,574 ล้านบาท เงินฝากของสมาชิกออมทรัพย์ 1,600 กว่าล้านบาท ทุนสำรอง 151 ล้านบาท และเงินลงทุน 650 ล้านบาท ทั้งนี้ สหกรณ์พร้อมที่จะนำเอาเงินลงทุน 650 ล้านบาท มาสำรองเพื่อแก้ไขความเสียหายดังกล่าว บรรเทาความเดือดร้อนสมาชิกที่ได้รับความเสียหาย ดังนั้น สหกรณ์ยังมีความมั่นคงทางการเงินในการให้บริการแก่สมาชิก
ทั้งนี้ ในที่ประชุมวันนี้ มีสมาชิกสหกรณ์ผู้เสียหายที่ถูกถอนเงินออกจากบัญชีเข้าร่วมชี้แจงจำนวนมาก โดยบางรายชี้แจงว่าบัญชีถูกถอนตั้งแต่ปี 2559 จำนวน 40 ครั้ง ขณะที่บางรายถูกถอนจำนวน 4 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดที่ถูกถอน คือเดือนสิงหาคม 2564 รวมยอดที่ถูกถอนจำนวน 3.4 ล้านบาท อีกรายแจ้งว่าถูกถอนตั้งแต่ปี 2561 จนถึง 7 มี.ค.65 รวม 11 ครั้ง


