พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอีได้เพิ่มกำลังบุคลากรในศูนย์ประสานงาน หรือ วอร์รูม หรือศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (CSOC) ที่ สำนักงานใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) เพื่อสอดส่องดูแลเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องหรืออาจกระทบความมั่นคง และละเมิดต่อสถาบันพระมหากษัตรย์ฯ ซึ่งมีลักษณะใช้ถ้อยคำยั่วยุ ปลุกปั่น และมีข้อความบิดเบือน เพื่อทำการปิดหรือระงับการเผยแพร่เว็บไซต์ทันที พร้อมทั้งได้ประสานไปยังสำนักงานกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ปอท.) โดยเพิ่มกำลังคนเป็น 60 คน และสำนักงานการป้องกัน และปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ(ปท.) อีกกว่า 30 คน และเมื่อรวมกับบุลคคลาการของดีอี จะมีกว่า 100 คน มาทำหน้าที่เป็นผู้สอดส่อง(มอนิเตอร์)เว็บไซต์ที่เข้าข่ายดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมง
พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า นอกจากนี้ได้ประสานงานกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต(ไอเอสพี) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) และ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) อย่างใกล้ชิด ด้วยการใช้ประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 26 ที่ระบุความผิดเกี่ยวกับ เนื้อหาที่กระทบต่อความมั่นคง ยั่วยุ หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ หากเข้าข่ายความผิดดังกล่าวรัฐบาลสามารถปิดเว็บหมิ่นฯได้ทันที
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พบเว็บหมิ่นสถาบันประมาณ 52 เว็บเพจ ขณะที่วันที่ 15 ตุลาคม พบจำนวน 61 เว็บเพจ โดยสามารถปิดกั้นได้บางส่วน คิดเป็น 35% ของเว็บเพจที่ตรวจพบ แต่ก็นับว่าได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการเป็นอย่างดี โดยส่วนใหญ่เว็บที่ถูกปิดจะเป็นเว็บในประเทศ แต่หากเป็นเว็บไซต์ต่างประเทศ รัฐบาลต้องใช้ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ที่ระบุความผิดเกี่ยวกับลามก อนาจาร หมิ่นสถาบัน ซึ่งต้องมีการตรวจสอบหาหลักฐาน ที่ปกติใช้เวลา 15 วัน ในการส่งเรื่องมาให้รัฐมนตรีดีอีตรวจสอบ ลงนาม และขอหมายศาลแจ้งไปยังผู้ให้บริการในต่างประเทศ แต่ขั้นตอนดังกล่าวทางกระทรวงดีอีจะเร่งให้เร็วกว่าปกติ ซึ่งในต่างประเทศเองก็ได้ให้กระทรวงต่างประเทศประสานงานกับทูตในประเทศต่างๆอีกทางเช่นกัน ทั้งนี้นอกจากรัฐบาลจะใช้มาตรการทางกฎหมายแล้ว รัฐบาลก็จะให้ความรู้กับประชาชนให้ทำความเข้าใจว่าไม่ควรกดไลค์ กดแชร์ หรือ เก็บข้อมูลที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวไว้ เพราะจะมีความผิดด้วย
“หากพบเจอเว็บไซต์ที่เข้าข่ายหมิ่นสถาบันฯ ให้โทรแจ้งที่คอลเซ็นเตอร์ 1212 และขอย้ำในการแจ้งกับกับประชาชนว่าอย่ากดไลค์หรือแชร์ส่งต่อ เพราะจุถือว่าผิดกฏหมาย และหากได้รับคลิปหรือข้อความให้ลบทิ้งด้วย ไม่อยากให้ประชาชนตกเป็นเครื่องมือหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว

