‘พาณิชย์’ ผนึกห้างไต้หวันขาย ‘สินค้า-ผลไม้ไทย’ รับกระแสคิดถึงเมืองไทยบูม
เมื่อวันที่ 14 เมษายน นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้มอบหมายให้กรมสำรวจลู่ทางและโอกาสการส่งออกสินค้าไทยในประเทศต่างๆ กรมได้รับรายงานจากผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมะนิลา (ส่วนที่ 2) ถึงโอกาสในการทำตลาดอาหารไทย และสินค้าไทยในตลาดไต้หวัน
“หลังมีชาวไต้หวันคิดถึงเมืองไทย แต่เดินทางมาท่องเที่ยวไม่สะดวก เพราะติดสถานการณ์โควิด-19 ที่ยาวนานกว่า 2 ปี ปัจจุบันเกิดกระแสคิดถึงเมืองไทย โรงแรมและห้างสรรพสินค้าในไต้หวัน ต่างพากันจัดเทศกาลอาหารไทยและสินค้าไทยกันอย่างคึกคัก ตอบรับกระแส โดยสร้างบรรยากาศเสมือนไปเมืองไทย ควบคู่ส่งเสริมการขาย”
นายภูสิตกล่าวว่า ล่าสุดวันที่ 3 มีนาคม 2565 กลุ่มโรงแรมในเครือ Leofoo Tourism Group เป็นกลุ่มเงินทุนด้านธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม และสวนสนุกยักษ์ใหญ่ของไต้หวัน ได้จัดแคมเปญพิเศษ Hello Thailand ขึ้น โดยโรงแรมและสวนสนุกในสังกัด ทั้ง Courtyard by Marriott, สวนสนุก Leofoo Village, Leofoo Resort Guanshi, ร้านอาหารกล่องแบบเบนโตะ Leofood และร้านเบเกอรี่ Elite Bakery ได้ออกเมนูอาหารไทยสำหรับการจัดเทศกาลอาหารไทยร่วมกันทั้งหมดกว่า 50 เมนู
นอกจากอาหารยอดนิยมที่ชาวไต้หวันรู้จัก เช่น ต้มยำกุ้ง กะเพราหมู กุ้งกระเบื้อง และปลานึ่งมะนาวแล้ว ยังนำอาหารไทยเมนูใหม่ๆ ซึ่งผู้บริโภคชาวไต้หวันยังไม่คุ้นเคยมาแนะนำด้วย เช่น แกงมัสมั่นเนื้อ เนื้อน้ำตก รวมไปจนถึงกุ้งมังกรราดซอสไทย กุ้งก้ามกรามเผาและอื่นๆ รวมกว่า 30 เมนู รวมทั้งยังเสิร์ฟเบียร์ไทยให้ดื่มอย่างเต็มที่ตลอดเทศกาลด้วย
ขณะที่ร้าน The Lounge บาร์เหล้าของทางโรงแรม จะจัดอาหารว่างและของหวานแบบไทย เช่น ข้าวเหนียวมะม่วง รวม 12 เมนูให้ได้ลิ้มลอง ส่วน Leofoo Resort Guanshi ก็จะเปิดตัวอาหารไทย 6 เมนู ที่รวมถึงยำทะเล ต้มยำกุ้ง ต้มข่าไก่ แกงเผ็ดหมู ข้าวไก่ทอด และจะมีการเสิร์ฟชาเย็นตลอดรายการ และร้านอาหารภายในสวนสนุก Leofoo Village มีเมนูพิเศษ คือ ข้าวแกงกะหรี่ไก่และข้าวเกรียบกุ้งแบบไทย
ส่วนร้านเบนโตะ LeoFood ยังออกเมนูเฉพาะช่วงเทศกาล คือ ข้าวราดหน้าไก่ทอดแบบไทย และผัดเผ็ดทะเลราดข้าว ให้ผู้บริโภคไต้หวันได้มีโอกาสลิ้มลองด้วย
นอกจากนี้ ร้านสะดวกซื้อเชนใหญ่ในไต้หวันทั้ง 4 แบรนด์ คือ 7-11, Family Mart, Hi-Life และ OK Mart ต่างทยอยออกเมนูอาหารไทยกันอย่างถ้วนหน้า โดยเฉพาะ 7-11 ได้ร่วมมือกับร้านอาหารไทยชื่อดังอย่าง “ส้มตำเด้อ” ในการออกสินค้าแบบ Co-Branding สามารถสร้างกระแสในตลาดไต้หวันได้อย่างดีและขายดีจนทำให้แม้จะจบแคมเปญไปแล้ว แต่ผู้บริโภคยังคงเรียกร้อง จน 7-11 ต้องนำกลับมาขายอีก หรือแม้แต่ Pizza Hut ก็มีการออกเมนูพิซซ่าหน้าต้มยำกุ้งและทอดมันกุ้ง ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดียิ่งจากผู้บริโภคในไต้หวัน
นายภูสิตกล่าวว่า เพื่อเป็นการผลักดันอาหารไทยและผลไม้ไทยเข้าสู่ตลาดไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ทูตพาณิชย์ที่รับผิดชอบไต้หวัน มีแผนที่จะร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าชื่อดังของไต้หวัน คือ Breeze และ SOGO รวมถึง Carrefour ในการจัดเทศกาลสินค้าไทยและผลไม้ไทยในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมนี้ เพื่อส่งเสริมการขายสินค้าไทยอีกด้วย
และยังมีนโยบายผลักดันให้มีจำนวนร้านอาหารไทยในไต้หวันเพิ่มมากขึ้น เพราะปัจจุบันเชนร้านอาหารไทยที่โด่งดังและเป็นที่นิยมมากที่สุดในไต้หวันกลับเป็นร้านของคนไต้หวัน คือ ร้านอาหารในเครือ TTFB Group ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของไต้หวัน
โดยมีร้านอาหาร Thai Town, Very Thai และ Thai Noodle ซึ่งมีสาขาทั่วไต้หวันรวมกันมากกว่า 100 แห่ง แต่ร้านอาหารเชนไทย ยังมาเปิดสาขาในไต้หวันไม่มากนัก ปัจจุบันมีร้าน Nara, ส้มตำเด้อ, บ้านผัดไทย และ Baan เป็นต้น
“ไต้หวันจึงเป็นตลาดที่น่าสนใจของเหล่าร้านอาหารไทยเชนต่างๆ ที่ต้องการจะขยายตลาดไปยังต่างประเทศ เพราะร้านอาหารไทยที่เป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไต้หวันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว” นายภูสิตกล่าว

