นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า คาดการณ์ว่ามูลค่าการค้าชายแดน ซึ่งรวมการค้าชายแดน ผ่านแดน และเมืองหน้าด่าน ในปีนี้จะน้อยกว่าเป้าหมายที่วางไว้เมื่อต้นปี ที่ 1.7 ล้านล้านบาท ซึ่งขยายตัว 21% จากปี 2558 ที่มีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท โดยปีนี้คาดอยู่ที่ 1.47 ล้านล้านบาท ขยายตัว 4.9% ถือเป็นระดับที่น่าพอใจ เนื่องจากเป้าหมายเดิมเป็นเป้าที่ทะเยอทะยานมากเมื่อเทียบกับตัวเลขการขยายตัวของปีอื่นๆ โดย 8 เดือนแรก (ม.ค.-ส.ค.) ปีนี้ ค้าชายแดนมีมูลค่า 9.4 แสนล้านบาท ขยายตัว 2.65% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งขยายตัวสวนทางกับสถานการณ์การค้าโลกในปัจจุบันที่ชะลอตัวและหดตัว
นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนให้เติบโตตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทางกรมฯ ได้เดินหน้ายุทธศาสตร์ใหม่ 3 ยุทธศาสตร์ คือ 1.ส่งเสริมเอกชนไทยสร้างศูนย์กระจายสินค้าตามจุดต่างๆ ขณะนี้มีเอกชนรายหนึ่งจะลงทุนสร้างตลาดกลางการค้าที่ จ.ปทุมธานี ไม่ไกลจากท่าอากาศยานดอนเมือง ด้วยงบฯ 5,000 ล้านบาท บนเนื้อที่ 150 ไร่ เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางจำหน่ายและกระจายสินค้าของเอสเอ็มอีไทยให้ส่งออกสินค้าเน้นไปที่ซีแอลเอ็มวี(กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม)และอาเซียน รูปแบบจะเป็นบริการจุดเดียวจบ (วัน สต็อป เซอร์วิส) มีบริการครบวงจรตั้งแต่เชิญผู้ค้าจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาซื้อและขายจนถึงบริการโลจิสติกส์ คาดสร้างเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2561
นายอดุลย์ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ ที่ 2 ส่งเสริมเอกชนไทยจัดตั้งคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าตามแนวชายแดน เพื่อเป็นจุดรวบรวมสินค้าและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เอสเอ็มอีให้มีช่องทางกระจายสินค้าเข้าไปซีแอลเอ็มวีได้ง่ายขึ้น เบื้องต้นได้ส่งเสริมการจัดตั้งคลังสินค้าของเอกชนไทยขึ้นที่แนวชายแดนไทยพม่า ระยะต่อไปจะขยายให้ทั่วแนวชายแดนทั้งประเทศ และยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริมให้เข้าไปจัดตั้งศูนย์จำหน่ายสินค้าในประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้ผู้ประกอบการไทยจะร่วมกับห้างฯซิตี้ สแควร์ ซึ่งเป็นห้างใหม่แห่งแรกและแห่งเดียวในเมืองตองยี รัฐฉานจะเปิดพฤศจิกายนนี้ โดยเอสเอ็มอีไทยได้รับจัดสรรพื้นที่ของห้างฯ ดังกล่าวทั้งชั้นวางจำหน่ายสินค้า เพื่อเป็นศูนย์กลางจำหน่ายสินค้าไทยในรัฐฉานแล้ว ยังต่อไปยังเมืองต่างๆ ของพม่าได้

