สลากออนไลน์ คาดเริ่มจำหน่ายได้ 16 มิ.ย. ส่วนลอตเตอรี่ 80 บาท เริ่ม 2 พ.ค.นี้
กองสลากเผย คืบหน้า สลาก 80 ระยะ 2 พร้อมขายงวด 2 พ.ค. ภาคกลางอีก 132 จุด อีสาน 151 จุด ด้านสลากออนไลน์ คาดเริ่มได้ 16 มิ.ย.นี้
เมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่สำนักงาน ก.พ. (เดิม) พ.ท.หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวหลังประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล ถึงความคืบหน้า โครงการสลาก 80 ระยะที่ 2 (ระยะแรก 77 จุด) มีตัวแทนจำหน่ายสมัครเข้ามาทั้งหมด 4,790 ราย จาก 77 จังหวัด 691 อำเภอ และมีอำเภอที่ไม่มีผู้สมัคร 237 อำเภอ ขณะนี้ได้ดำเนินการคัดเลือกไปแล้ว ได้ตัวแทนจำหน่ายพร้อมเข้าร่วมโครงการ ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคกลาง ผ่านคุณสมบัติและหลักเกณฑ์เบื้องต้นเข้ามาจำนวน 1,046 ราย ได้ตัวแทนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 132 ราย ขณะนี้เริ่มจำหน่ายสลากงวดวันที่ 2 พฤษภาคม 2565 แล้ว สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านคุณสมบัติและหลักเกณฑ์เบื้องต้นเข้ามาจำนวน 755 ราย คัดเลือกได้จำนวน 151 ราย คาดว่าจะสามารถทำสัญญาประมาณปลายเดือนเมษายน 2565 และจะเริ่มขายสลากงวดวันที่ 1 มิถุนายน 2565 
พ.ท.หนุนกล่าวว่า สำหรับภาคตะวันออก ผ่านคุณสมบัติและหลักเกณฑ์เบื้องต้นเข้ามาจำนวน 333 ราย จาก 53 อำเภอ จะไปดำเนินการชี้แจงหลักเกณฑ์ และทำการคัดเลือก ในวันที่ 23-24 เมษายน 2565 ส่วนภาคเหนือมีผู้ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น 996 ราย จาก 148 อำเภอ และภาคใต้ ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น 450 ราย จาก 84 อำเภอ ปลายเดือนพฤษภาคม 2565 และจะเริ่มขายสลากงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2565 สำหรับจำนวนที่เหลือ เพิ่มเติมให้ครบจำนวน 1,000 จุด เพื่อให้โครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่องต่อไป
พ.ท.หนุนกล่าวว่า สำหรับโครงการลงทะเบียนผู้ซื้อ-จองล่วงหน้าฯนั้น จากมาตรการที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิทำรายการซื้อ-จองล่วงหน้าฯ ปี 2558 ที่ลงทะเบียนยืนยันตัวตน ต้องดำเนินการสแกน คิวอาร์โค้ด และยืนยันผ่านแอพพลิเคชั่น เป๋าตังนั้น ตั้งแต่งวด 16 มีนาคม 2565 จนถึงปัจจุบัน ผู้ซื้อ-จองล่วงหน้าปี 2558 ที่ยืนยันตัวตนเข้ามา 129,290 ราย มีจำนวน 65,365 ราย

ที่โหลดคิวอาร์ โค้ด เพื่อให้ผู้ซื้อสแกนผ่านแอพพลิเคชั่น ไลน์ ของสำนักงานฯ ล่าสุด มีผู้ซื้อให้ความร่วมมือในการสแกนแล้ว 3,132,566 ครั้ง (จากผู้ซื้อ-จองล่วงหน้าฯ 53,943 ราย) และจากการลงพื้นที่สำรวจผู้จำหน่ายสลากฯของชุดเฉพาะกิจ ตั้งแต่งวด 16 มีนาคม 2565 เป็นต้นมา จำนวนผู้จำหน่ายสลากที่ตรวจสอบเกือบ 8,000 ราย แบ่งเป็น ตัวแทนจำหน่าย, ผู้ซื้อ-จองล่วงหน้าสลากฯ และผู้ค้านอกระบบ ซึ่งสำนักงานฯต้องนำรายชื่อทั้งหมดมาตรวจสอบกับระบบฐานข้อมูลของสำนักงานสลากฯอีกครั้งหนึ่งว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่
“ส่วนโครงการจำหน่ายสลากผ่านแพลตฟอร์มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือสลากดิจิทัลนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการกำหนดรูปแบบเพื่อทดสอบระบบ และนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อให้ความเห็นชอบก่อนเริ่มดำเนินการในงวดวันที่ 16 มิถุนายน 2565 ต่อไป สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะยาวเกี่ยวกับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น ยังต้องลงพื้นที่เพื่อรับฟังความคิดเห็นประชาชนเกี่ยวกับรูปแบบ ซึ่งคาดว่าจะลงพื้นที่จัดกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นประชาชนได้ หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย” พ.ท.หนุนกล่าว

พ.ท.หนุนกล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ให้ความเห็นชอบมาตรการสำคัญทางกฎหมายที่ควรนำมาแก้ไขการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา เพื่อนำมาใช้ในการป้องปรามการกระทำความผิด รวมทั้งควบคุมและกำกับมิให้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ประกอบด้วย 1.มาตรการทางแพ่ง ควรมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมสัญญาระหว่างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและคู่สัญญาโดยกำหนดมาตรการทางแพ่งเพิ่มเติม ได้แก่ หน้าที่และความรับผิดชอบ การวางเงินมัดจำในการทำสัญญา การกำหนดให้มีเบี้ยปรับ เป็นต้น
2.มาตรการทางอาญา ควรมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2562 โดยการกำหนดมาตรการทางอาญาเพิ่มเติมจากที่มีอยู่เดิม และ 3.มาตรการทางกฎหมายอื่นๆ ควรมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยกำหนดมาตรการทางกฎหมายซึ่งมิใช่มาตรการทางอาญาหรือมาตรการทางแพ่งเพิ่มเติม เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

