จีนสกัดโควิด กระทบส่งออกผลไม้ไทย ผลผลิตล้นตลาด คาด “ทุเรียน” ราคาต่ำกว่า 100 บาท/กก.
นายไพบูลย์ วงศ์โชติสถิต ที่ปรึกษาสมาคมผู้ค้าและส่งออกผลไม้ไทย เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2565 จะเป็นช่วงที่ผลผลิตผลไม้ไทยออกสู่ตลาดในปริมาณมาก โดยเฉพาะทุเรียนและมังคุดที่ผลผลิตจะมากกว่าผลไม้ชนิดอื่น เนื่องจากมีสัดส่วนการส่งออกสูง แต่อย่างไรก็ตามยังวิตกเรื่องส่งออก เพราะยังมีปัญหาเรื่องการขนส่งสินค้าไปยังประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกผลไม้รายใหญ่ของไทยที่มีสัดส่วน 90% ประสบปัญหาไม่สามารถส่งออกได้
เนื่องจากจีนเข้มงวดตรวจสอบโควิดผลไม้ที่ด่านโหย่วอี้กวน ด่านตงชิงและโม่ฮาน หากตรวจพบติดโควิดสั่งปิดด่านทันที 15 วัน ทำให้ที่ผ่านมาภาพการขนส่งผลไม้ผ่านด่านทางบก จึงเป็นแบบเปิดๆปิดๆ ส่งผลลูกค้าไม่กล้าสั่งซื้อ เพราะสินค้าล่าช้า เกิดสินค้าตกค้างที่ด่านจำนวนมาก สามารถขนส่งได้วันละ 20-30 ตู้คอนเทนเนอร์ จากเดิม 400-500 ตู้คอนเทนเนอร์ คาดว่าจะมีปัญหายืดเยื้อไปถึงเดือนมิถุนายน 2565
ทั้งนี้ผลไม้ไทยพึ่งพาส่งออกผ่านด่านทางบก 90% เพราะค่าใช้จ่ายในการขนส่งถูกสุด ส่วนที่เหลือส่งผ่านทางเรือ 7-8% และทางอากาศ 1-2% ซึ่งค่าระวางสูง ต้นทุนค่าขนส่งแพง ทำให้ผู้ประกอบการส่งออก ไม่ปรับการขนส่งมายังทางเรือและอากาศเป็นการทดแทนทางบก
“ที่เรากังวลคือผลกระทบที่ไม่สามารถส่งออกได้ ทำให้ผลผลิตผลไม้ล้นตลาด ราคาตกต่ำ จะเริ่มเห็นผลในเดือนพฤษาคมนี้ อย่างผลไม้เกรดส่งออก เช่น ทุเรียนที่มีสัดส่วนการส่งออกประมาณ 80-90% ราคาอาจจะตกลงจากปัจจุบัน 120 บาท/กิโลกรัม เหลือต่ำกว่า 100 บาท/กิโลกรัม แล้วราคาจะดีดสูงขึ้นช่วงมิถุนายน เพราะผลผลิตทุเรียนเริ่มน้อย คาดว่าราคาอาจจะสูงถึง 150 บาท/กิโลกรัม ส่วนมังคุดราคาขายเฉลี่ยอยู่ที่ 100 บาท/กิโลกรัม ขณะที่มะม่วงราคาขายดีกว่าทุกปี จากปีก่อน 20-25 บาท/กิโลกรัม ปีนี้อยู่ที่ 30-40 บาท/กิโลกรัม “
“ส่วนกระแสข้าวเหนียวมะม่วง ยังไม่มีผลต่อตลาดส่งออก ส่งผลดีเฉพาะตลาดในประเทศ ที่ทำให้ขายดีขึ้น ตลาดส่งออกต้องรอปีหน้า เพราะตอนนี้มะม่วงหมดรุ่นแล้ว รอรุ่นใหม่ผลผลิตจะออกต้นพฤษภาคม แต่ออกน้อยมากแค่10% ส่วนใหญ่จะส่งออกเป็นหลัก และจากผลผลิตที่มีน้อย ทำให้ราคาน่าจะปรับขึ้นเกิน 40 บาท/กิโลกรัม โดยแต่ละปีไทยส่งออกมะม่วง 5-6 พันตัน ”นายไพบูลย์กล่าวและว่า
ตอนนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือการแก้ปัญหาการขนส่งที่ติดค้างอยู่ด่านชายแดน ส่งผลตรงต่อตลาดส่งออกผลไม้ปีนี้ไม่สดใส อาจจหายไปอย่างน้อย 50% จากปีก่อนมีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ปีนี้คาดว่าคงไม่ถึง 2 แสนล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลกระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์ว่าปี 2565 ผลผลิตรวมผลไม้อยู่ที่ 5.42 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.61 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้น 13% ในส่วนนี้มีผลผลิตทุเรียน 1.48 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 22% มังคุด 0.39 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 43% ขณะที่ผลไม้ชนิดื่อนผลผลิตเพิ่มขึ้นเช่นกัน อาทิ ลำไย เงาะ ลองกอง ลิ้นจี้ มะม่วง โดยคาดว่าจะส่งออกผลไม้ทั้งหมดปีนี้เติบดต 20%หรือมีมูลค่า 1.91 แสนล้านบาท

