นางสาววรประภา นาควัชระ ผู้ช่วยอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในงาน PIER Research Brief ครั้งที่ 1/2565 ในหัวข้อ “5 ประเด็นที่น่าจับตามองเกี่ยวกับ Metaverse” จัดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ว่า จากการศึกษาและเก็บข้อมูลช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา การลงทุนซื้อที่ดินในเมตาเวิร์ส( ผสานเทคโนโลยีแห่งโลกเสมือน ที่สร้างสิ่งแวดล้อมของโลกจริง ๆ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน )ได้รับความนิยมมาก จากการวัดดัชนีราคาที่ดินในเดอะแซนด์บล็อก มีราคาที่ดินเพิ่มกว่า 300 เท่า อีกทั้งราคาของที่ดินผืนที่มีการซื้อขายซ้ำ พบว่า ราคาเพิ่มขึ้น 12 เท่า ซึ่งราคาที่ดินสูงเกินไป อาจเสี่ยงเกิดฟองสบู่แตก อยากให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เมตาเวิร์สกับระบบเศรษฐกิจเกี่ยวโยงกัน ปัจจุบันนักพัฒนากำลังสร้างโลกเมตาเวิร์สขึ้นหลายแห่ง โดยเมืองที่เปิดขึ้นและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมี 2 เมือง คือ เดอะแซนบ็อกซ์ และดีแซนเทอร์แลนด์ มีการขายที่ดินค่อนข้างแพง ส่วนนักพัฒนาคนไทยกำลังสร้างโลกเมตาเวิร์สขึ้นเช่นกัน โดยการซื้อที่ดินในโลกเมตาเวิร์ส ทำให้ผู้ซื้อได้สิทธิในการเปิดร้านในเมตาเวิร์สนั้นๆ ซึ่งการเปิดร้านอาจหมายถึงการเปิดร้านขายของที่เป็นเอ็นเอฟที การสร้างเกมให้คนเข้ามาเล่น หรือการจัดกิจกรรมโปรโมตต่างๆ นอกจากนี้ ผู้ซื้อที่ดินอาจซื้อไว้เพื่อขายต่อในราคาที่สูงขึ้นก็ได้
นางสาววรประภา กล่าวว่า ภาคธุรกิจอาจใช้ประโยชน์จากเมตาเวิร์ส 3 ประเด็นหลัก คือ 1.ทำการตลาดหรือการโปรโมตคอนเทนต์เพื่อหาลูกค้าใหม่ๆ 2.สร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าที่มีอยู่แล้ว 3.ใช้ประโยชน์จากบล็อกเชนเพื่อสร้างสินค้าใหม่ๆ หรือทำธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ เช่น สร้างเกม ขายที่ดิน เป็นต้น ถ้าโลกเมตาเวิร์สเติบโตขึ้นได้จริงอาจมีการจ้างงานประเภทใหม่ๆ เช่น นักเศรษฐศาสตร์ ผู้จัดงานในโลกเมตาเวิร์ส วิศวกรบล็อกเชน เป็นต้น
นางสาววรประภา กล่าวว่า สำหรับ Hype Cycle ของเมตาเวิร์สมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการสร้างโอกาสใหม่ๆขึ้นอาจทำให้เกิดการคาดหวังจากนักลงทุนที่ยังไม่คุ้นชินกับเทคโนโลยีใหม่ๆ จากหลักการของ Gartner Hype Cycle พบว่าเมื่อมีเทคโนโลยีเกิดขึ้นใหม่ คนจะสนใจและตื่นเต้นมาก เช่น เกิดการค้นหาเป็นที่นิยมในกูเกิ้ลคำว่าเมตาเวิร์ส คริปโตเคอร์เรนซี หรือเอ็นเอฟที ส่งผลให้ราคาที่ดินในเมตาเวิร์สสูงขึ้นตามในช่วงเวลาที่กำลังเป็นที่สนใจ อาจเกิดการลงทุนที่สุ่มเสี่ยง หรือใช้เงินลงทุนจำนวนมากในที่ดินที่มีราคาสูง เมื่อผ่านไปในระยะหนึ่งคนอาจจะคุ้นชินและมองเห็นข้อดีและข้อเสียที่เกิดขึ้น และเลือกลงทุนอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้น
” จากระยะเวลาที่ผ่านมา เมื่อมองเมตาเวิร์ส พบว่า ราคาเหรียญที่สูงเมื่อปลายปี ปัจจุบันเหรียญเริ่มปรับราคาลงมาแล้ว รวมถึงราคาที่ดินก็มีการปรับลดลง ดังนั้น อยากนักลงทุนศึกษาเทคโนโลยีเกิดใหม่ที่เข้ามา และคิดถึงผลลัพธ์อาจเกิดขึ้นจากการไม่รู้ถึงความเป็นจริงของเทคโนโลยีนั้นๆ ถ้ารีบเข้าไปซื้อราคาที่ดินราคาแพงผ่านมาสักพักราคาที่ดินอาจละลงและทำให้ขาดทุนได้ อย่างไรก็ตาม ในเมตาเวิร์สสามารถมองเป็นประเทศหนึ่งได้เหมือนกัน และประเทศที่ค่าเงินแข็งกว่าเทียบกับประเทศที่ค่าเงินอ่อนกว่าก็ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของคนเหมือนกัน คำว่าถูกหรือแพงจะขึ้นอยู่กับว่าเราใช้หน่วยอะไรในการตัดสินใจ และเหมือนกับเราไปเที่ยวในประเทศที่ค่าเงินอ่อน เรารู้สึกรวย ถ้าไปเที่ยวประเทศที่ค่าเงินแข็งเราจะรู้สึกแพง การตัดสินใจไปเมตาเวิร์สไหนก็จะเหมือนกัน อยากให้ใช้ความระมัดระวังให้มาก”นางสาววรประภา กล่าว
นายคณิสร์ แสงโชติ รองศาสตราจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเสริมว่า ความคุ้มค่าของการลงทุนใน Metaverse ปัจจุบันการซื้อขายที่ดินในโลกเมตาเวิร์ส ได้รับความสนใจค่อนข้างมาก จากงานวิจัยวัดดัชนีราคาที่ดินทั้งหมดช่วงเดือนธันวาคม 2562 ถึงมกราคม 2565 ของเดอะแซนบ็อกซ์ พบว่า ราคาที่ดินเพิ่มสูงถึงกว่า 300 เท่า และราคาของที่ดินผืนที่มีการซื้อขายซ้ำเพิ่มขึ้น 12 เท่า แม้จะต่ำกว่าในกรณีการซื้อขายที่ดินพื้นใหม่ค่อนข้างมาก แต่การเพิ่มของราคาที่ดินถึง 12 เท่าช่วงเวลา 2 ปีถือว่าสูงเทียบกับการเพิ่มขึ้นของที่ดินในโลกจริง อีกทั้ง การซื้อที่ดินในเมตาเวิร์สเพื่อมาขายต่อในช่วงเวลาที่ผ่านมา อาจได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า แต่มีข้อสังเกตสำคัญจากข้อมูลที่เผยแพร่ไม่สามารถทราบได้ว่ามีการสร้างราคาเกินจริงหรือไม่ นอกจากนี้ การเกิดขึ้นของเมตาเวิร์สเมืองใหม่ๆ อาจทำให้ราคาของที่ดินในเมืองที่สร้างมาก่อนปรับลดลง และราคาที่ดินที่สูงเกินไปอาจทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดฟองสบู่แตกได้ จากการวิเคราะห์การซื้อขายที่ดินในตลาดรองของ Metaverse พบว่า มีการใช้เหรียญคริปโทเคอร์เรนซีสกุลอีทีเรียม (ETH) สูงสุด 74% รองลงมาใช้เหรียญ wETH (Wrapped ETH) 16.3% ซึ่งเป็นโทเคนประเภทหนึ่ง และ 9.3% ใช้เหรียญแซนด์ (SAND) แม้ ในเมตาเวิร์สส่วนใหญ่จะไม่มีการใช้เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ แต่สามารถแปลงราคาเหรียญเป็นดอลลาร์สหรัฐฯได้

