แม่ค้าบ่นอุบ ของแพง-ลูกค้าหายหน้า ไข่ไก่หน้าแผงขึ้น3บาท/ฟอง หมู 3 ชั้นนำโด่ง 220 บาท/โล
ผู้สื่อรายงานว่า ‘มติชน’ ได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคถึงราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้น โดยเฉพาะไข่ไก่ และเนื้อสุกร จึงได้ทำการสำรวจตลาดสด อาทิ ตลาดประชานิเวศน์ 1 พบว่า แผงค้ารายย่อย ได้ยืนยันว่าต้องปรับราคาไข่ไก่ และเนื้อสุกร เพราะผลกระทบจากการปรับราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องของผู้จัดส่ง ตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา โดยการสำรวจ เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2565
เจ้าของแผงไข่ไก่รายหนึ่งในตลาดประชานิเวศน์ 1 ระบุว่า ได้รับราคาขายอีกแผง (30 ฟอง) ละ 3 บาท โดยปรับขึ้นในอัตราเท่ากับต้นทุนที่รับมาขาย โดยขึ้นราคาตั้งแต่วันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา เมื่อต้นทุนสูงขึ้นร้านค้าไม่สามารถแบกรับต้นทุนเองได้ ต้องปรับราคาขึ้นตาม เพื่อไม่ให้กระทบต่อเงินทุนหมุนเวียน ทั้งนี้ ไข่ไก่เบอร์ 0 ราคาฟองละ 4.7 บาท ไข่ไก่เบอร์ 1 ฟองละ 4.5 บาท ไข่ไก่ เบอร์ 2 ฟองละ 4.2 บาท ไข่ไก่เบอร์ 3 ฟองละ 4.00 บาท และไข่ไก่เบอร์ 5 ฟองละ 3.60 บาท ขณะที่ ราคาไข่ชนิดอื่นราคาทรงตัว โดย ไข่เป็ด ฟองละ 6 บาท ไข่เค็ม ฟองละ 7 บาท และไข่เยี่ยวม้า ฟองละ 8 บาท เนื่องจากผู้บริโภคนิยมซื้อไข่ไก่นำไปประกอบอาหารได้หลากหลายมากกว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจร้านไข่ไก่ทั้งหมดในตลาด พบว่า พ่อค้าแม่ค้ากำหยดขายไข่ไก่ในราคาเดียวกัน ซึ่งพ่อค้ารายหนึ่ง ระบุว่า หากขึ้นราคาสูงโดดกว่าร้านอื่น ไข่จะขายออกยากกว่าเดิม จนเหลือทิ้ง ทำให้ขาดทุน รวมถึงกำไรก็หดหาย อย่างไรก็ตาม ไข่ไก่ยังขายได้แม้ราคาปรับขึ้น เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เข้าใจ และไข่ไก่เป็นอาหารหลักที่กินง่าย นำไปประกอบอาหารกันทุกครัวเรือน
พ่อค้าแผงขายเนื้อหมู “สังวาลย์” กล่าวว่า ราคาเนื้อหมูปรับขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ร้านค้าได้รับผลกระทบมาก ลูกค้าน้อยลง เนื้อหมูขายยาก เพราะมีราคาสูง ซึ่งต้นทุนราคาสุกรที่รับมาค่อนข้างสูงอยู่ก่อนแล้ว และกว่าเนื้อหมูจะส่งถึงร้านค้ามีการบวกราคาสุกรเพิ่มจากการส่งต่อของโรงเชือดที่รับสุกรมาขายอีกทอด ทำให้ราคาสุกรที่รับมาขายจึงสูงตาม เพราะฉะนั้นร้านค้าไม่สามารถปรับราคาให้ลดลงได้ โดยราคาปัจจุบัน เนื้อหมูกิโลกรัมละ 200 บาท หมูสามชั้น 220 บาท หมูบด 190 บาท ซึ่งช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ลูกค้าในตลาดน้อยกว่าที่คาดไว้มาก ค้าขายซบเซา และยิ่งมีการขึ้นราคาเนื้อหมู อีกเป็นการซ้ำเติมพ่อค้าแม่ค้าให้ค้าขายลำบากยิ่งขึ้น
“ก่อนสงกรานต์เนื้อหมูขายอยู่ที่ 180 บาทต่อโล เป็นการปรับราคารอบที่สอง หลังจากเมื่อต้นปีได้ปรับมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนี้ราคาอยู่ประมาณ 150-160 บาทต่อโล แนวโน้มมองว่าราคาอาจสูงได้อีก เพราะต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่าย เช่น ค่าขนส่งสูงขึ้น ก็อาจทำให้การปรับราคาต่อเนื่อง ซึ่งกว่าเนื้อหมูจะขายบนแผง จะผ่านถึง 4 ขั้นตอน ตั้งแต่หน้าฟาร์มเลี้ยงสุกร เข้าโรงเชือด ก่อนพ่อค้าคนกลางไปรับซื้อ และนำมากระจายตามแผงตลาด โดยแต่ละช่วงจะมีต้นทุนที่สูงขึ้นช่วงละ 5 บาทต่อโล ทำให้ปลายทางถึงผู้บริโภคราคาแพงขึ้น” พ่อค้าแผงหมูกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อสอบถาม ผู้ประกอบการรายย่อย ส่วนใหญ่อยากให้รัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรึงราคาหน้าฟาร์ม ไม่ใช่มากดราคาผู้ค้ารายย่อย เพราะผู้ค้าก็ได้รับผลกระทบมากเช่นกัน เมื่อต้นทุนแพงมา ราคาขายต้องเพิ่มขึ้น หากให้ขายราคาเดิมแต่ต้นทุนสูง ผู้ค้าก็อยู่ไม่รอด อยากให้รัฐแก้ไขปัญหาโดยด่วน

