‘ศักดิ์สยาม’ สั่ง ทล.ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ด่านพรมแดนเมียวดี-แม่สอด

24.04.22 | 18:08 น.

‘ศักดิ์สยาม’ สั่ง ทล.ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ด่านพรมแดนเมียวดี-แม่สอด

จากกรณีเกิดเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ เวลาประมาณ 23.00 น.ของวันที่ 23 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ที่บริเวณด่านพรมแดนเมียวดี-แม่สอด เชิงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 ฝั่งประเทศเมียนมา ตรงข้ามบ้านริมเมย ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก เสียงระเบิดดังสนั่นจนถึงตัว อ.แม่สอด ส่งผลให้เกิดไฟไหม้ตัวอาคารด่านเมืองเมียวดี และร้านค้า อาคารพาณิชย์ บริเวณด่าน มีอุปกรณ์การทำงานของเจ้าหน้าที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักนั้น


นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีความห่วงใยจากสถานการณ์ดังกล่าวจึงได้สั่งการด่วนให้กรมทางหลวง โดยแขวงทางหลวงตากที่ 2 ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พร้อมรายงานความคืบหน้ากรณีดังกล่าวโดยด่วน

กรมได้ตรวจสอบและขอเรียนชี้แจงดังนี้ จุดที่เกิดเหตุคาร์บอมบ์อยู่บริเวณฝั่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ซึ่งห่างจากสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 ประมาณ 100 เมตร ทั้งนี้ ตัวสะพานไม่ได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าว โดยปัจจุบันสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 อ.แม่สอด จ.ตาก ยังคง “ปิดใช้งาน” ต่อเนื่องมานานแล้ว เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 จึงไม่ได้เปิดให้ประชาชนเดินทางเข้าออกและไม่มีการเดินทางขนส่งสินค้าข้ามแดนบนสะพานดังกล่าว

Advertisement

สำหรับการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง กรมได้เปิดให้ประชาชนและการขนส่งสินค้าข้ามแดนใช้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา (ข้ามแม่น้ำตองยิน) แห่งที่ 2 แทน โดยมีมาตรการดำเนินการดังนี้

1.มาตรการด้านความปลอดภัย โดยจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรักษาการทั้งประตูด้านหน้าและประตูทางออกไปบนสะพาน และหลังจากเวลา 18.30 น. จะปิดประตูด่าน ทั้งด้านหน้าและประตูทางออกไปสะพาน

2.การเปิดให้บริการจะเปิดเวลา 06.30 น. และปิดเวลา 18.30 น. 3.การตรวจยานพาหนะได้มีการตรวจยานพาหนะทุกคันที่จะออกและเข้าประเทศตามมาตรการของเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครอง

4.กล้อง cctv ได้จัดไว้ตามจุดต่างๆ บริเวณด่านพรมแดนและบนสะพาน จำนวน 56 ตัว โดยติดตั้งตามบริเวณต่างๆ ดังนี้ ฝั่งอาคาร passenger terminal จำนวน 37 ตัว ฝั่งอาคาร cargo จำนวน 15 ตัว และบนสะพานถึงประตูขาเข้าประเทศ จำนวน 4 ตัว

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวัง ตรวจตรา และเพิ่มมาตรการความปลอดภัยเต็มที่ทั้งบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 1 และสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา (ข้ามแม่น้ำตองยิน) แห่งที่ 2 และให้เตรียมความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมรอดูสถานการณ์ และหากทางจังหวัดมีมาตรการอย่างไรกรมทางหลวงพร้อมให้ความร่วมมือทุกมิติ