ส.ภัตตาคาร ค้านขึ้นค่าแรง โวย ไม่ทันได้โงหัว ให้แบกทุนเพิ่ม ต่างด้าวได้อานิสงส์ ซ้ำเติมธุรกิจ คาดเปิด ปท.ธุรกิจฟื้น 70% หนุนบรรจุ ‘ข้าวเหนียวมะม่วง’ ในปฏิทินเที่ยวไทย
เมื่อวันที่ 27 เมษายน นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลเปิดประเทศเต็มรูปแบบพฤษภาคมนี้ ทำให้นักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ส่งผลดีต่อธุรกิจอาหารมียอดขายกลับมา 70% จากเดิมพึ่งพากำลังซื้อในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากนักท่องเที่ยวต่อราย จะมีค่าใช้จ่ายอาหาร 20% ทั้งนี้ จากกระแสข้าวเหนียวมะม่วง ทางสมาคมได้หารือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และกรมการค้าภายใน ให้ใช้โอกาสที่เปิดประเทศโปรโมตเมนูนี้เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยวของไทย
ข่าวน่าสนใจอื่น :
- ‘ต๊อด’ ขำน้ำตาเล็ด ค่าจ้างขั้นต่ำ 492 บาท
- หอการค้า ชงต่อคนละครึ่ง หนุนปรับค่าแรงขั้นต่ำ ชู ขยายเพดานหนี้ – 4R ฟื้นเศรษฐกิจไทย
- แรงงานส่งจดหมาย จี้ ‘บิ๊กตู่’ ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 492 บาททั่วประเทศ
“เราเสนอไอเดียไปว่าให้จัดงานเทศกาลมหกรรมข้าวเหนียวมะม่วงขึ้นที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ หรือที่จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ รับกับเปิดประเทศและยังมีผลผลิตมะม่วงทางภาคเหนือที่ยังเพียงพอต่อความต้องการ และในปีหน้าให้ทำเป็นปฏิทินการท่องเที่ยวประจำปี จัดเป็นเทศกาลในช่วงฤดูที่ผลผลิตมะม่วงออกสู่ตลาดจำนวนมาก ซึ่งเรามีผู้ประกอบการร้านอาหารอยู่ทุกจังหวัดอยู่แล้ว จะช่วยได้ทั้งร้านอาหาร ชาวเกษตรกรและการท่องเที่ยว” นางฐนิวรรณกล่าว
ส่วนการขึ้นราคาน้ำมันดีเซลเดือนพฤษภาคมนี้ ขณะนี้ทางผู้ประกอบการร้านอาหารยังรอดูว่าจะกระทบต่อต้นทุนมากน้อยแค่ไหน ซึ่งในช่วงที่ค่าครองชีพสูงไม่อยากจะขึ้นราคามาก เพราะหากขึ้นไปแล้วอาจจะกระทบต่อยอดขายได้
สำหรับแนวคิดปรับขึ้นแรงงานขั้นต่ำในปีนี้นั้น สมาคมไม่เห็นด้วยที่จะมีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 492 บาท เพราะจะกระทบต่อธุรกิจร้านอาหารมากกว่าต้นทุนการขนส่งและวัตถุดิบที่จะสูงขึ้น เพราะหากปรับขึ้นต้องปรับขึ้นทั้งร้าน และคนที่ได้ประโยชน์คือแรงงานต่างด้าว
“ค่าแรงเป็นอะไรที่หนีไม่ออก เพราะเมื่อขยับค่าแรงขั้นต่ำต้องขยับให้เท่ากันทั้งร้าน ผู้ประกอบการฟังแล้วขนหัวลุกเลย แบบนี้ไม่ขึ้นค่าอาหารยังจะดีกว่า ฝากรัฐบาลให้ทำความเข้าใจกับสหภาพแรงงานว่าเจ้าของธุรกิจช่วงโควิด 2 ปีที่ลำบากยังดูแลพนักงาน รักษาการจ้างงาน ยังไม่ทันได้โงหัว จู่ๆ จะมาขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ขณะที่ค่าครองชีพไปดักรออยู่ข้างหน้าแล้วเท่ากับซ้ำเติมธุรกิจมากขึ้น” นางฐนิวรรณกล่าว

