สวนปาล์มข้องใจ ราคาน้ำมันขวดพุ่ง จ่อถก ‘จุรินทร์’ ส่อค้ากำไรเกินควร
เมื่อวันที่ 29 เมษายน นายมนัส พุทธรัตน์ ประธานสมาพันธ์ชาวสวนปาล์มน้ำมันแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคมีราคาแพงต่อเนื่อง ว่า ต้องดูใน 2 ส่วนคือ ส่วนแรก ปริมาณปาล์มน้ำมันทั่วโลกที่ผ่านมาเจอภาวะแล้งกระทบต่อผลผลิต โดยเฉพาะประเทศส่งออกรายใหญ่ของโลกอย่างอินโดนีเซียต้องหยุดส่งออกชั่วคราวเพื่อรองรับการบริโภคในประเทศ ขณะที่ไทยเจออากาศแปรปรวนกระทบต่อผลผลิตเช่นกัน ทำให้ผลปาล์มทะลายปกติในช่วงต้นปีจะมีผลผลิตออกตลาดกว่า 2 ล้านตันต่อเดือน ตอนนี้เหลือ 1.7 ล้านตัน นำมาแปรรูปเป็นน้ำมันปาล์มดิบ(ซีพีโอ) ได้ประมาณ 3 แสนตัน แต่ยังเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศอยู่ที่ 7-8 หมื่นตัน ใช้ผสมผลิตไบโอดีเซลอีก 7-8 หมื่นตัน ส่งออกไม่เกิน 1 แสนตัน ก็ยังเหลือเป็นสต๊อก
ดังนั้นเมื่อผลผลิตลดลงบางส่วนและตลาดโลกต้องการสูง เมื่อประเทศผลิตและส่งออกหลักหยุดป้อนโลก ก็ต้องหันมาซื้อในแหล่งอื่้นแทน อย่างประเทศไทยหรือมาเลเซีย ถือเป็นโอกาสที่ดีต่อการส่งออกน้ำมันปาล์มของไทย สามารถเพิ่มตลาดส่งออกแทนอินโดนีเซียได้ส่วนหนึ่ง หากในอนาคตมีปัญหาผลผลิตในประเทศล้น ก็จะมีตลาดส่งออกดูดซับได้ส่วนหนึ่ง ปัญหาของสวนปาล์มตอนนี้คือต้นทุนปุ๋ยแพง 2-3 เท่าตัวผลจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน และราคาน้ำมัน
นายมนัสกล่าวว่า ส่วนที่สอง คือราคาขายเพื่อการบริโภคแพงขึ้น เป็นเรื่องภาครัฐต้องเข้าไปตรวจสอบโครงสร้างต้นทุน ทุกช่วงของกระบวนการผลิต ตั้งแต่โรงงาน พ่อค้าคนกลาง ค้าส่ง จนถึงค้าปลีก ช่วงใดมีการขึ้นราคาเกินจริงหรือมีการฉวยโอกาสทำกำไรมากเกินไปหรือไม่ เรื่องนี้รัฐสามารถตรวจเช็กขั้นตอนผลิตและช่วงเวลาวางจำหน่ายก็จะรู้ว่าราคาขายปลีกปั่นราคาเกินจริงหรือไม่ วันนี้ผลปาล์มสดขายจากสวน โรงงานรับซื้อประมาณ 9.90 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อรัฐตรวจสอบค่าบริหารจัดการบวกค่าตลาดก็จะรู้ว่าราคาปาล์มขวดควรเป็นเท่าไร ได้เข้าห้างต้นสัปดาห์ยังเห็นปาล์มขวด (1 ลิตร)ราคา 64-65 บาท พอกลางสัปดาห์มีข่าวว่าถึง 70 บาท
“ในความเป็นจริงมันมีสต๊อก ถ้าเป็นล็อตเก่าก็ควรขายเท่าเดิม หากเป็นล็อตใหม่ต้นทุนเพิ่มก็ต้องแพงขึ้น เป็นเรื่องที่ประชาชนเข้าใจได้ อีกเรื่องที่อยากเตือนคือการตื่นตระหนกทำให้เกิดการซื้อเกินจำเป็น ซื้อตุน หรือห้างร้านปล่อยสินค้าในสต๊อกน้อยกว่าปกติ ทั้งที่ผลผลิตในประเทศไม่ได้ขาดแคลน อีกทั้งตั้งแต่เดือนพฤษภาคมผลผลิตฤดูกาลใหม่จะเริ่มออกสู่ตลาดมากขึ้น และผลผลิตกลับมาเกิน 2 ล้านตันอีกครั้ง หากไม่มีการบิดเบือนตลาด ตัวเลขสต๊อกครั้งหน้าน่าจะเกิน 2 แสนตันแล้ว เพราะแต่ละเดือนมีสต๊อกเหลือจากบริโภคและส่งออกประมาณ 5 หมื่นตันต่อเดือน หากผิดเพี้ยนก็จะขอเข้าพบรองนายกฯจุรินทร์ วิตกว่าหากมีบิดเบือนหรือฉวยโอกาสอาจกระทบมาถึงชาวสวนได้” นายมนัสกล่าว

