‘สุวรรณภูมิ’ ย้ำจับกุมชายบุกสนามบินตามมาตรฐาน เจ้าตัวพูดไม่รู้เรื่อง นำตัวส่งศาลวันพรุ่งนี้
นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2565 เวลาประมาณ 11.50 น. ได้เกิดเหตุมีบุคคลภายนอกขับขี่รถจักรยานยนต์ พกอาวุธเป็นขวาน และปืนปลอม ฝ่าฝืนมาตรการรักษาความปลอดภัยบุกรุกเข้าไปในพื้นที่หวงห้ามภายในเขตการบิน หรือบริเวณลานบิน และทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เข้าทำการระงับเหตุ
โดยเบื้องต้นต้องบอกว่า ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผู้ก่อเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปในบริเวณลานบิน เหตุการณ์ก็อยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่ควบคุมตลอดเวลา มีการติดตามและแจ้งหน่วยสกัดในพื้นที่ ซึ่งมีสายตรวจทำหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้การจับกุมผู้ก่อเหตุใช้เวลาไม่นาน เพียง 10 นาทีเท่านั้น โดยยืนยันว่า การกระทำของผู้ก่อเหตุ ทั้งการวิ่งไปมาในพื้นที่หวงห้ามในเขตการบิน อยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่ตลอดเวลา โดยจะเห็นว่า เมื่อผู้ก่อเหตุเข้าถึงบันไดเทียบเครื่องบิน และใช้ขวานที่เป็นอาวุธจามเข้าที่ประตูกระจกเครื่องบินแตก เจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้วพบว่า ปืนพกที่ใช้เป็นปืนปลอม ในระหว่างที่ผู้ก่อเหตุจามกระจกแตกไปแล้วในบานแรก จึงเห็นภาพการเข้าเจรจาและจู่โจมเข้าถึงตัวผู้ก่อเหตุ (ชาร์จ) แต่การดำเนินการก็ต้องมั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องปลอดภัยด้วย เนื่องจากเราไม่สามารถปล่อยให้ผู้ก่อเหตุทุบประตูกระจกอีกบาน เพื่อเข้าสู่ชั้นในของอาคารผู้โดยสารได้ จึงต้องยุติเหตุการณ์และดำเนินการจับกุมให้ได้
“การกระทำของเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ยืนยันว่าเราดำเนินการภายใต้การคำนึงถึงความปลอดภัยของชีวิตผู้โดยสารที่ใช้บริการในสนามบินสุวรรณภูมิ และเจ้าหน้าที่ทุกคนด้วย ซึ่งมีขั้นตอนตามขั้นตอนปฏิบัติมาตรฐาน (เอสโอพี) ที่กำหนดเอาไว้อยู่แล้ว” นายกิตติพงศ์ กล่าว
พ.ต.อ.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ ผกก.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า การดำเนินคดีของผู้บุกรุกมี 7 ข้อหา ได้แก่ 1.ข้อหาใช้อาวุธหรือวัสดุอื่นใดกระทำการทำลาย หรือทำให้เสียหายอย่างร้ายแรงต่ออากาศยาน หรือสิ่งอำนวยความสะดวกของอากาศยาน 2.ข้อหาบุกรุก 3.ทำให้เสียทรัพย์ 4.พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร 5.มียาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ 1 ยาบ้าไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย 6.เสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 และ 7.ทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือความตกใจ โดยการขู่เข็นใช้กำลังประทุษร้าย
พ.ต.อ.จิรวัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหามีอาการพูดคุยไม่รู้เรื่อง จึงตรวจร่างกายและพบสารเสพติดในร่างกาย ก่อนที่ช่วงเช้าวันนี้ ผู้ต้องหาเริ่มพูดคุยรู้เรื่อง และมีสติมากขึ้นแล้ว โดยผู้ต้องหาอาศัยอยู่เขตบางพลี และมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับสารเสพติด มีประวัติถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดเมื่อปี 2557 สภ.บางเสาธง ซึ่งตามกำหนดระยะเวลาในการสอบสวน จะต้องทำการนำตัวส่งศาลภายในวันที่ 5 พฤษภาคม (พรุ่งนี้) เนื่องจากวันนี้ (4 พฤษภาคม) เป็นวันหยุดราชการ

