‘กอบศักดิ์’ ชี้เศรษฐกิจไทยเดินหน้า ต้องสลัดโซ่ตรวน ‘กฎหมาย-ระเบียบล้าสมัย’

‘กอบศักดิ์’ ชี้เศรษฐกิจไทยเดินหน้า ต้องสลัดโซ่ตรวน ‘กฎหมาย-ระเบียบล้าสมัย’

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพและการดำเนินธุรกิจของประชาชน เสวนาในหัวข้อ” การอำนวยความสะดวกของการทำธุรกิจของประเทศไทย” ในสัมมนาสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย “Enhance the Dots” ว่า เรื่องการอำนวยความสะดวกของการทำธุรกิจ ประเทศไทยดำเนินการมา 4-5 ปีแล้ว และมีความคืบหน้าในหลายๆอย่าง วันนี้เป็นจุดที่เรากำลังจะออกจากโควิดและอยู่กับโควิดได้หลังฉีดวัคซีนได้อย่างกว้างขวาง ทำให้คนมีความเชื่อมั่น ทำให้เศรษฐกิจเดินหน้า หากเราจะเดินไปข้างหน้าต้องดีขึ้นกว่าเดิม สิ่งที่เป็นโซ่ตรวนของไทย คือ กฎหหมายที่ล้าสมัย เกิดต้นทุนทางธุรกิจจากการผ่านหลายกระบวนการ ทำให้เสียเวลา จึงเป็นที่มาว่าทำไมต้องยกเลิกกฎหมายเหล่านี้ เช่น โครงการชิ้นส่วนท่าอากาศยาน ในกฎหมายนี้สั่งห้ามให้คนต่างชาติที่จะมาลงทุนในไทย จะต้องมีพาร์ตเนอร์คนไทยเกิน 50% หรือธุรกิจโรงแรมต้องใช้ไลเซนส์ 40 ใบ นี่คือต้นเหตุว่าเรากำลังเป็นยุคใหม่ แต่กฎหมายยังเป็นยุคเก่า ทำให้การทำธุรกิจเป็นไปด้วยความยากลำบาก

อย่างโครงการกิโยตินที่ต่างประเทศที่ดำเนินการไปแล้วเกิดผลสำเร็จต่อเศรษฐกิจประหยัดเงินให้กับประเทศได้ โดยไม่ต้องลงทุน เพียงแค่เขียนกฎหมายดีๆก็สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ สิ่งที่รัฐบาลควรจะไปดู คือ บริการประชาชนที่ประทับใจ เช่น การทำพาสปอร์ตที่ดีขึ้น สามารถทำผ่านออนไลน์ หรือลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายลงให้ประชาชนสามารถเข้าถึง

ด้านเกณฑ์การเปิดธุรกิจจะต้องมีคู่มือแรงงานที่ผ่านการตรวจก่อน แต่ปัจจุบันสามารถให้เปิดได้โดยไม่มีคู่มือดังกล่าว แต่ถ้าเกิดการตรวจสอบผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจต้องมีอยู่ในแผนการเปิดอยู่ก่อนแล้ว ตัวอย่างการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น ประเทศสิงคโปร์มีเทคโนโลยีที่เป็นแพลตฟอร์มเดียวในการดำเนินการผ่านออนไลน์ ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ไวและสะดวก

สำหรับประเทศไทยมีศูนย์กลางข้อมูลให้ธุรกิจติดต่อราชการแบบเบ็ดเสร็จครบวงจร ณ จุดเดียว เป็นเว็บไซต์ศูนย์กลางข้อมูลธุรกิจและเป็นระบบกลางในการยื่นคำขอใหม่ เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไข ต่ออายุ และยกเลิก ใบอนุญาตต่างๆ แบบออนไลน์ เช่น ใบขับขี่ เพื่อการจัดตั้งหรือดำเนินธุรกิจที่ติดต่อกับหน่วยงานของรัฐ แบบเบ็ดเสร็จ ครบวงจร รวมถึงโครงการลด เลิก ละ เพื่อประชาชน เรียกว่ากิโยติน มีเป้าหมายลดภาระการดำเนินการเปิดธุรกิจที่ซับซ้อน โดยมองถึงความจำเป็น กฎระเบียบที่ไม่จำเป็น และเป็นอุปสรรค

ภายใต้การพิจารณา คือ 1.เรื่องของกฎหมาย โดยกฎหมายดังกล่าวเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาหรือไม่ ขัดกับกฎหมายอื่นในสัญญาหรือไม่ เช่น WTO 2.มีความจำเป็นมากน้อยอย่างไร เป้าประสงค์กฎหมายเป็นอย่างไร และ 3.เสริมสร้างธุรกิจหรือไม่ ทั้งหมดเป็นการทำงานช่วง 2-3 ปีที่แล้วและมีทีมงานขึ้นมา หลังทำมา 1 ปีกว่าๆก็คลี่คลายไปมากแล้ว มีทำเสร็จไป 400 กว่ากระบวนการ และมีดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอีก 130 โครงการ และมีทบทวนอีก 58 กระบวนการ เป็นต้น ดังนั้นแนวทางที่อยากจะเสนอรัฐบาลนำไปปรับใช้ในองค์กรยึดหลักดำเนินการตามกิโยติน คือ 1.Bottom up สร้างกลไก ลด ละ เลิก โดยหน่วยงานต่างๆ 2.Top Down แก้ไขโดยทีมส่วนกลาง (คณะอนุกรรมการกิโยติน) และ 3.Major Change ปรับโครงสร้างระบบ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon