ผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทั้ง 10 แห่ง งวดไตรมาส 3/2559 พบว่า มีกำไรสุทธิ 48,141 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำไว้ 41,726 ล้านบาท
แต่เมื่อดูภาพรวมผลดำเนินงานงวด 9 เดือน (ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2559) แบงก์พาณิชย์มีกำไรสุทธิ 135,978 ล้านบาท ลดลง 0.7% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำไว้ 136,961 ล้านบาท
ธนาคารที่มีกำไรสุทธิงวดไตรมาส 3/2559 มากที่สุด ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) จำนวน 11,533 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.9% ขณะที่ธนาคารที่มีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิในงวดนี้สูงสุด ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) กำไรสุทธิเติบโต 83.2% มาอยู่ที่ 1,691 ล้านบาท จากปีก่อนอยู่ที่ 923 ล้านบาท
ส่วนธนาคารที่กำไรลดลงมากที่สุดในไตรมาสนี้ ได้แก่ ธนาคารทหารไทย (TMB) ลดลง 34.5% มาอยู่ที่ 1,845 ล้านบาท จากเดิมทำไว้ได้ 2,815 ล้านบาท
สำหรับหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ ในงวดไตรมาส 3/2559 ธนาคารพาณิชย์มีหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอล จำนวน 174,313 ล้านบาท โดยธนาคารกสิกรไทย มีเอ็นพีแอลมากที่สุดถึง 32,431 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.71% ของสินเชื่อรวม ส่วนธนาคารเกียรตินาคิน มีอัตราส่วนเอ็นพีแอลต่อสินเชื่อรวมสูงสุดในกลุ่มถึง 3.91% ของสินเชื่อรวม
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ผลการดำเนินงานของธนาคารและบริษัทย่อย 9 เดือนที่ผ่านมากำไรสุทธิลดลง 12% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากต้องตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว
ด้านธนาคารกรุงเทพ (BBL) มีกำไรสุทธิ ลดลง 11% เนื่องจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 1,412 ล้านบาท หรือลดลง 11.5% มาอยู่ที่ 10,887 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายจากการดำเนินการเพิ่มขึ้น 1,147 ล้านบาท หรือ 10.5%
ส่วน SCB ยังครองตำแหน่งแบงก์ที่มีกำไรสุทธิสูงสุดต่อเนื่อง โดยกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น 2,515 ล้านบาท หรือ 27.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แม้ว่ากำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2559 ลดลง 1.4% มาอยู่ที่ 34,897 ล้านบาท
ส่วนธนาคารกรุงไทย (KTB) มีกำไรเพิ่มขึ้น 61.2% โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 21,595 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.27% ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย 9,943 ล้านบาท ลดลง 0.96% สาเหตุจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการลดลง

