‘อาคม’ ชี้ รบ.พร้อมดูแลประชาชน ส่งสัญญาณต่ออายุ ‘ลดภาษีดีเซล’

11.05.22 | 17:00 น.

‘อาคม’ คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยปีนี้ 2 ล้านคน รัฐบาลพร้อมดูแลประชาชน ส่งสัญญาณต่ออายุ ลดภาษีดีเซล

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม  นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “รวมพลังก้าวข้ามวิกฤต เดินหน้าเศรษฐกิจไทย” ผ่านทางออนไลน์ ว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ จะฟื้นตัวไม่เร็วมาก แม้ว่าการส่งออกในปีนี้จะมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี ซึ่ง 3 เดือน ขยายตัวได้กว่า 15% โดยจะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 2565

นายอาคมกล่าวว่า ส่วนด้านการท่องเที่ยว ยังไม่เต็มที่ ปัจจุบันผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ยไม่เกิน วันละ 1 หมื่นราย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี ทำให้รัฐบาลได้คลายมาตรการด้านโควิด-19 เริ่มจากการเปิดประเทศ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ที่เป็นโครงการนำร่อง ตลอดจนเมื่อเดือนที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้ปลดล็อกมาตรการเทสต์ แอนด์ โก โดยในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2565 (เดือนมกราคม-เมษายน 2565) มีนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้วประมาณ 7 แสนคน และจากตัวเลขดังกล่าว ทำให้ประมาณการว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประมาณ 2 ล้านคน เชื่อหลังจากเปิดประเทศเต็มรูปแบบ มีการเปิดด่านชายแดน นักท่องเที่ยวจะเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในประเทศ และมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น

ขณะที่ภาคการใช้จ่ายของรัฐบาล ปี 2563 มีการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 1 ล้านล้าน และในปี 2564 กู้อีก 5 แสนล้าน เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ช่วยประคองเศรษฐกิจให้สามารถเดินไปได้ นอกจากนี้ ภาคการใช้จ่ายของรัฐและการลงทุนของรัฐวิสาหกิจยังเดินหน้าตามปกติ มีการเร่งรัดให้หน่วยงานต่างๆ เบิกจ่ายเพื่อให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

นายอาคมกล่าวว่า นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยเผชิญกับปัญหาราคาพลังงานและอาหารสดที่แพงขึ้น ทำให้ดัชนีเงินเฟ้อปรับเพิ่มไปถึง 5% จากปกติอยู่ที่ 1% โดยราคาพลังงานได้ปรับเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีตหลายเท่าตัว เป็นผลจากสงครามรัสเซียกับยูเครน เพราะฉะนั้น รัฐบาลก็ต้องดูแลปัญหาเฉพาะหน้า คือ การดูแลระดับราคาสินค้า ซึ่งรัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือทั้งแบบพุ่งเป้าและแบบทั่วไป โดยในส่วนมาตรการแบบพุ่งเป้านั้น ก็ได้ช่วยเหลือเรื่องค่าครองชีพแก่กลุ่มที่ได้รับความเดือดร้อนโดยตรง ส่วนมาตรการแบบทั่วไป คือ การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เพื่อพยุงราคาไม่ให้สูงเกินไป

อย่างไรก็ดี การพยุงราคาน้ำมันดีเซลให้อยู่ในระดับ 30 บาทต่อลิตรนั้น ทางกระทรวงพลังงานอธิบายว่า เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่อาจจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จำเป็นต้องยกระดับเพดานราคาน้ำมันที่เข้าไปพยุงให้สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็ยังคงอุดหนุน เช่น กรณีราคาน้ำมันขึ้นไป 1 บาท รัฐบาลก็ช่วยพยุง 50 สตางค์ ผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ขณะที่มาตรการทางด้านภาษีก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะเข้าไปช่วยให้ราคาน้ำมันต่ำกว่าเพดาน

Advertisement

สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้านั้น รัฐบาลและส่งเสริม 3 เรื่อง คือ 1.เศรษฐกิจดิจิทัล โดยการใช้เทคโนโลยีด้านดิจิทัลให้เกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจ อาทิ รัฐบาล ได้มีการพัฒนาแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง เพื่อโอนเงินเยียวยาพี่น้องประชาชน โอนเงินในโครงการคนละครึ่ง หรือเราเที่ยวด้วยกัน ดังนั้น เศรษฐกิจดิจิทัล จึงเป็นเรื่องสำคัญในอนาคต หากใครไม่สามารถเข้าถึงหรือใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ก็จะเสียเปรียบในเชิงธุรกิจ

2.การเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศ ต้องปรับตัวทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและภาคธุรกิจ การระดมทุนเพื่อโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การออกพันธบัตรของรัฐบาลเพื่อประโยชน์กับการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ 3.สุขภาพ มีประเด็นสำคัญคือภาระภาครัฐในการใช้จ่ายเงินงบแผ่นดินสำหรับวัยเกษียณ ชราภาพ ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ จะเป็นภาระที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นมาตรการดูแลสังคมผู้สูงอายุ นโยบายภาครัฐต้องเข้ามากำกับดูแล ทั้งการใช้จ่ายงบประมาณและหลักประกันทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุ และผู้เกษียณอายุ

“ทั้งหมดเป็นประเด็นต่างๆ ต้องร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน การดึงดูดการลงทุนต่างประเทศ ส่งเสริมการลงทุนของคนไทย ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปข้างหน้า” นายอาคมกล่าว