หน้าแรก เศรษฐกิจ เจ๊เกียว นำ บ...

เจ๊เกียว นำ บขส.บุกคมนาคม ยื่นขอขึ้นค่าตั๋ว ขนส่งยันไม่ปล่อยปรับราคา

11.05.22 | 18:10 น.

เจ๊เกียวนำ บขส.บุกคมนาคม ยื่นขอขึ้นค่าตั๋ว ขนส่งยันไม่ปล่อยปรับราคา

นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ คณะกรรมการพิจารณาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเป็นการรวบรวมข้อมูลของ บขส. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และการทางพิเศษแแห่งประเทศไทย (กทพ.) เพื่อหาแนวทางและมาตรการเยียวยา ทั้งจะมีการนำข้อเสนอของสมาคมผู้ประกอบการรถร่วมรถโดยสาร บขส.ที่ขอปรับขึ้นค่าโดยสารและขอให้มีมาตรการเยียวยานำมาพิจารณาด้วย เมื่อได้ข้อสรุปจะต้องนำเสนอให้คณะกรรมการขนส่งทางบกกลางพิจารณาต่อไป


นางสุจินดา เชิดชัย หรือเจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วมรถโดยสาร บขส. และเจ้าของอู่รถเชิดชัย และบริษัท เดินรถเชิดชัยทัวร์ จำกัด กล่าวว่า วันที่ 12 พฤษภาคม เวลา 15.00 น. สมาคมจะยื่นหนังสือต่อนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ในฐานะเป็นหน่วยงานกำกับรถโดยสารประจำทาง เพื่อขอขึ้นค่าโดยสารให้สอดรับกับราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับขึ้น 32 บาทต่อลิตร โดยราคาน้ำมันขึ้น 1 บาทต่อลิตร จะขึ้น 1 สตางค์ต่อกิโลเมตร และขอให้ลดค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าประกันภัย และค่า พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย

“2 ปีที่ผ่านมา หลังเกิดโควิด-19 ผู้ประกอบการรถร่วมได้หยุดวิ่งไปจำนวนมากเพราะไม่มีผู้โดยสารมาใช้บริการ และต้องลดเที่ยววิ่งหรือหยุดวิ่งในบางเส้นทางเพื่อลดค่าใช้จ่าย และอยากให้ บขส.ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อเคลียร์ภาระหนี้สิน เช่น ยกเลิกค่าปรับจากการที่รถวิ่งไม่ได้เพราะโควิด และผู้โดยสารไม่มี ไม่ใช่คนจะเลิกกิจการแล้ว ยังมีหนี้สินติดตัวอีก ควรจะต้องยุติหนี้ตรงนี้ เพราะเจ๊งแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรจะให้แล้ว ในส่วนของเชิดชัยทาง บขส.ให้เคลียร์ค่าต่อสัญญาให้จบสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ เราคงต่อเพื่อให้คนซื้อกิจการมาเดินรถต่อได้” นางสุจินดากล่าว

นางสุจินดากล่าวถึงความคืบหน้าการขายกิจการเดินรถโดยสารว่า มีความต้องการขายกิจการจริงๆ ใครต้องการซื้อกิจการก็พร้อมขายทั้งรถกว่า 200 คัน พร้อมเส้นทางวิ่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) โดยยังคงเส้นทางระยะสั้นกรุงเทพฯ-นคราชสีมาไว้

“หากมีคนมาซื้อก็จะยุติกิจการ แต่ถ้าไม่มีก็ยอมขาดทุนวิ่งไปก่อน ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะมีคนมาซื้อ เพราะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับการเดินทาง เมื่อธุรกิจมันจะล่มสลายก็ต้องล่ม ไม่เสียใจ เพราะมีได้ก็มีเสีย เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ ซึ่งโชคดีได้ซื้อที่ดินสะสมไว้เยอะก็นำมาขายใช้หนี้ แต่ฉันเตรียมตัวมานานแล้วว่าเมื่อถึงเวลาธุรกิจเปลี่ยนไปจะทำยังไง ซึ่งตอนนี้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก เช่น ค่าแรง ค่าน้ำมัน ค่ายาง ค่าซ่อมบำรุง แต่ค่าโดยสารไม่ปรับขึ้นตาม ทำให้ขาดทุนปีละ 50 ล้านบาท ฉันทำธุรกิจมาไม่เคยคิดว่าจะขายแต่พอเจอวิกฤตและอายุ 85 ปีแล้วเลยจะขาย ซึ่งก็มีคนอื่นจะขายเยอะ แต่ขนาดธุรกิจเขาเล็กกว่าเรา” นางสุจินดากล่าว

Advertisement

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยถึงกรณีผู้ประกอบธุรกิจรถโดยสารขอปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร ว่า การยื่นเรื่องขอปรับราคาค่าโดยสารของผู้ประกอบธุรกิจที่เผชิญปัญหาน้ำมันดีเซลขึ้นราคา เป็นผลกระทบต่อต้นทุน โดยกรมมีหน้าที่รับเรื่องจากหน่วยงานผู้ร้องเรียน และดำเนินการส่งเรื่องให้ตามระเบียบที่กำหนด แต่กรมไม่สามารถพิจารณาปรับราคาค่าโดยสาร เนื่องจากอำนาจทั้งหมดเป็นของคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง และในการพิจารณาจะประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานร่วมกันหาทางแนวทางแก้ไข โดยคำนึงถึงรายละเอียดต้นทุนว่าได้รับผลกระทบจริงหรือไม่ และทิศทางการคาดการณ์ราคาน้ำมันว่าจะนิ่งอยู่ในระดับใด อย่างไรก็ตาม โดยปกติคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง จะประชุมเดือนละครั้ง เรื่องดังกล่าวอาจนำเข้าสู่ที่ประชุมเพื่อหารือครั้งถัดไป แต่ยังไม่ระบุวันที่แน่ชัด

“ราคาของรถประจำทางยังคงเป็นราคาเดิม และยังไม่มีการปรับราคาเพิ่ม ซึ่งราคาที่กำหนดจะสามารถปรับขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมติของคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง ประกาศให้มีการปรับใช้ราคาใหม่ หากมีการขึ้นราคาโดยไม่มีการประกาศถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่รถโดยสารไม่ประจำทาง หรือรถนำเที่ยวอื่น สามารถปรับขึ้นตามกลไกตลาด หรือปรับให้ไม่กระทบต่อต้นทุนได้ อยู่ที่ผู้รับบริการจะเลือกใช้บริการด้วย” นายจิรุตม์กล่าว