หน้าแรก เศรษฐกิจ เริ่มพรุ่งนี้...

เริ่มพรุ่งนี้13พ.ค. ธปท.ผ่อนเกณฑ์ธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตรา จ่อขยายถึงนอนแบงก์

12.05.22 | 18:20 น.

นางอลิศรา มหาสันทนะ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธปท.ผลักดันระบบนิเวศของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนไทยอย่างยั่งยืน นั้น ธปท.ได้ปรับหลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงิน โดยผ่อนคลายเกณฑ์ใหม่ มีผลตั้งแต่ 13 พฤษภาคม 2565 คาดช่วยบริหารความเสี่ยงภาคธุรกิจ ซึ่งการผ่อนคลายเกณฑ์ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราอย่างต่อเนื่อง และการผ่อนคลายหลักเกณฑ์เกี่ยวกับธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
โดยมีสาระสําคัญประกอบด้วย 1.โอนเงินตราต่างประเทศออกไปยังต่างประเทศได้เสรีขึ้น และชําระเงินตราต่างประเทศในประเทศได้ตามความจําเป็น โดย 1.1 ให้สามารถโอนเงินตราต่างประเทศออกไปต่างประเทศได้ตามภาระที่มี ยกเว้นเพียงธุรกรรมที่อาจส่งผลต่อเสถียรภาพการเงินอย่างมีนัยสําคัญ เช่น การชําระค่าสินทรัพย์ดิจิทัล การส่งเงินตราต่างประเทศออกไปทําธุรกรรมเกี่ยวกับเงินบาทกับสถาบันการเงินในต่างประเทศ และ 1.2 ยกเลิกการมีวงเงินโอนเงินตราต่างประเทศออก โดยให้เหลือเฉพาะวงเงินของการส่งเงินเปล่าให้แก่บุคคลในต่างประเทศได้ไม่เกิน 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และ 1.3 นิติบุคคลสามารถซื้อเงินตราต่างประเทศ เพื่อชําระในประเทศได้ตามความจําเป็น โดยไม่ต้องขออนุญาต เช่น การชําระค่าสินค้าบริการในประเทศเป็นเงินตราต่างประเทศ เพราะต้องอ้างอิงราคาตลาดโลก เช่น น้ำมัน

นางอลิศรากล่าวต่อว่า 2.ขยายขอบเขตการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนให้กว้างขึ้น โดยผู้ประกอบการไม่จําเป็นต้องมีความเสี่ยงจากการมีรายรับรายจ่ายสกุลเงินตราต่างประเทศกับต่างประเทศโดยตรงเท่านั้น แต่สามารถรวมความเสี่ยงเงินตราต่างประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่ทางตรงได้ด้วย เช่น ความเสี่ยงจากการชําระค่าสินค้าที่อ้างอิงราคาตลาดโลกกับคู่ค้าในประเทศ ความเสี่ยงจากการกู้ยืมเงินสกุลอื่นที่ไม่ตรงกับรายได้ของบริษัท นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะสามารถใช้ประมาณการรายรับรายจ่ายสกุลเงินตราต่างประเทศในอนาคต และความเสี่ยงเงินตราต่างประเทศของกิจการในเครือมาป้องกันความเสี่ยงได้ จากเดิมที่ทั้งหมดนี้ ต้องขออนุญาตก่อน และ 3.ไม่ต้องแสดงเอกสารการทําธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ หากธนาคารเข้าใจลักษณะธุรกิจและความเสี่ยงเงินตราต่างประเทศของลูกค้าอยู่แล้ว เช่น กลุ่มที่มีวงเงินเงินตราต่างประเทศ หรือมีธุรกรรมต่างๆ กับธนาคารอยู่แล้ว

นางอลิศรากล่าวอีกว่า การปรับหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยให้เกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงินของประเทศมีความสมดุลมากขึ้น ระหว่างด้านขาเข้าและขาออก อีกทั้งยังช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถทําธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศและบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำลง อย่างไรก็ตาม การผลักดันระบบนิเวศของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนใหม่ ซึ่งเป็นนโยบายระยะยาวที่ต้องดําเนินการต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีภูมิคุ้มกันป้องกันผลกระทบ จากค่าเงินได้ดียิ่งขึ้นภายใต้ภาวะตลาดการเงินที่มีความผันผวนสูงและคาดเดาได้ยาก
นางอลิศรากล่าวอีกว่า ในระยะถัดไป ธปท.มีแผนปรับ FX service provider landscape (การปรับภูมิทัศน์การแข่งขันของผู้ให้บริการธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ) ผ่านการปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ให้บริการธุรกรรมโอนเงินตราต่างประเทศที่ไม่ใช่ธนาคาร (non-bank) เช่น ผู้ประกอบธุรกิจโอนเงินระหว่างประเทศ และผู้ประกอบธุรกิจซื้อขายและแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อให้ลูกค้ารายย่อยและ SMEs เข้าถึงบริการได้สะดวกขึ้น และช่วยลดต้นทุนการทําธุรกรรม โดยมี แนวทางเบื้องต้น ได้แก่ 1.ขยายขอบเขตการให้บริการของ non-bank (สถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร) ในปัจจุบัน เช่น ให้ทําธุรกรรมได้หลากหลายวัตถุประสงค์ขึ้น 2.ขยายขอบเขตของใบอนุญาตให้รองรับบริการรูปแบบใหม่ เช่น ซื้อขายผ่านแพลตฟอร์ม 3.ปรับแนวทางการอนุญาต non-bank ในการให้บริการธุรกรรมให้ยืดหยุ่นขึ้น ซึ่งจะเอื้อให้ non-bank สามารถให้บริการได้หลากหลายและปรับเปลี่ยนธุรกิจได้คล่องตัวยิ่งขึ้น