‘ศักดิ์สยาม’ สั่งหน่วยงานคมนาคม โหมมาตรการช่วยเหลือทุกด้าน หลังกระทบราคาน้ำมันพุ่ง

12.05.22 | 19:52 น.

‘ศักดิ์สยาม’ สั่งหน่วยงานคมนาคม โหมมาตรการช่วยเหลือทุกด้าน หลังกระทบราคาน้ำมันพุ่ง

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่กระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง เปิดเผยภายหลังได้รับมอบหมายจากนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เป็นประธานการประชุมหารือมาตรการเยียวยาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ว่าการประชุมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาแนวทางมาตรการที่ช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการด้านคมนาคมขนส่ง ทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนให้ตรงกับความต้องการ เพื่อนำเสนอไปยังหน่วยงานกลางพิจารณาให้การสนับสนุน โดยสรุปมาตรการเยียวยาที่มีความจำเป็นเร่งด่วนได้ ดังนี้

นายสรพงศ์กล่าวว่า ด้านการขนส่งทางบก โดยกรมการขนส่งบก (ขบ.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. จะเสนอขอรับการอุดหนุนค่าน้ำมันดีเซลให้กับผู้ประกอบการขนส่ง ประกอบด้วย มาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล ด้านการขนส่งสินค้า เสนออุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลให้กับรถบรรทุกไม่ประจำทาง (70) โดยมีรถที่ใช้น้ำมันดีเซล จำนวน 240,000 คัน คิดเป็น 62% ของรถทั้งหมด (388,620 คัน) ซึ่งใช้น้ำมันดีเซลเฉลี่ย 120 ลิตรต่อวันต่อคัน ซึ่งจะเสนอขออุดหนุนค่าน้ำมัน 60 ลิตรต่อวันต่อคัน ที่ราคา 2 บาทต่อลิตร คิดเป็น 120 บาทต่อวันต่อคัน ระยะเวลา 3 เดือน วงเงินรวมทั้งสิ้น 2,592 ล้านบาท

นายสรพงศ์กล่าวอีกว่า ด้านการขนส่งผู้โดยสาร เสนออุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลให้กับรถโดยสารประจำทาง โดยมีรถที่ใช้น้ำมันดีเซล จำนวน 42,842 คัน คิดเป็น 69% ของรถทั้งหมด (62,491 คัน) ซึ่งใช้น้ำมันดีเซลเฉลี่ย 142 ลิตรต่อวันต่อคัน ซึ่งจะเสนอขออุดหนุนค่าน้ำมัน 60 ลิตรต่อวันต่อคัน ที่ราคา 2 บาทต่อลิตร คิดเป็น 120 บาทต่อวันต่อคัน ระยะเวลา 3 เดือน วงเงินรวมทั้งสิ้น 465 ล้านบาท (รวมรถโดยสารของ ขสมก.และ บขส.แล้ว)

“เสนออุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลให้กับรถโดยสารไม่ประจำทาง โดยมีรถที่ใช้น้ำมันดีเซล จำนวน 50,947 คัน คิดเป็น 85% ของรถทั้งหมด (60,088 คัน) ซึ่งใช้น้ำมันดีเซลเฉลี่ย 142 ลิตรต่อวันต่อคัน ซึ่งจะเสนอขออุดหนุนค่าน้ำมัน 60 ลิตรต่อวันต่อคัน ที่ราคา 2 บาทต่อลิตร คิดเป็น 120 บาทต่อวันต่อคัน ระยะเวลา 3 เดือน วงเงินรวมทั้งสิ้น 550 ล้านบาท

“สรุปคือการเสนอขออุดหนุนค่าน้ำมันดีเซล 2 บาทต่อลิตร ระยะเวลา 3 เดือน วงเงิน 3,607 ล้านบาท ประกอบด้วย ด้านการขนส่งสินค้า 2,592 ล้านบาท และด้านการขนส่งผู้โดยสาร 1,015 ล้านบาท” นายสรพงศ์กล่าว

Advertisement

นายสรพงศ์กล่าวว่า มาตรการทางภาษี เสนอขอปรับลดภาษีประจำปี 90% เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรถสาธารณะประมาณ 170,000 คัน ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์รับจ้าง จำนวน 111,552 คัน รถรับจ้างสามล้อ จำนวน 10,472 คัน รถรับจ้างแท็กซี่ จำนวน 66,462 คัน โดยต้องดำเนินการตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้มีการลดภาษีในรอบปี เพื่อเป็นการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการต่อไป

นายสรพงศ์กล่าวว่า ด้านการขนส่งทางน้ำ โดยกรมเจ้าท่า ยังคงตรึงราคาค่าโดยสารเรือประจำทาง ทั้งในส่วนของเรือด่วนเจ้าพระยา เรือคลองแสนแสบ และเรือข้ามฟาก ขณะเดียวกันจะเสนอขอรับมาตรการช่วยเหลือกรณีค่าน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นจากกระทรวงพลังงานให้กับผู้ประกอบการเรือโดยสารสาธารณะ (เรือด่วนเจ้าพระยา เรือคลองแสนแสบ และเรือข้ามฟาก) ประมาณการการขอความช่วยเหลือ คิดเป็นจำนวน 13,328 ลิตรต่อวัน สนับสนุนลิตรละ 2 บาท เป็นเงินรวม 26,656 บาทต่อวัน รวมทั้งสิ้น 2,399,040 บาท เป็นระยะเวลารวม 3 เดือน รวมทั้งจะเสนอขอขยายระยะเวลามาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล จนถึงเดือนธันวาคม 2565

“สำหรับมาตรการที่กรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างดำเนินการ คือการเสนอออกประกาศกระทรวงคมนาคมและกฎกระทรวงเกี่ยวกับการงดเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจเรือและการออกใบอนุญาตใช้เรือ สำหรับเรือพลังงานไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมและพัฒนาเรือพลังงานไฟฟ้า (อีวี) ทดแทนเรือพลังงานน้ำมัน โดยงดเว้นค่าธรรมเนียมเป็นระยะเวลา 10 ปี และหลังจากนั้นเก็บค่าธรรมเนียมเพียงกึ่งหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2565” นายสรพงศ์ระบุ

นายสรพงศ์กล่าวอีกว่า ด้านการขนส่งทางราง โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย จะเยียวยาผู้ประกอบการการขนส่งสินค้าทางรถไฟ โดยจะตรึงราคาค่าธรรมเนียมน้ำมันดีเซลที่เก็บจากผู้ประกอบการขนส่ง โดยจะตรึงอัตราเฉลี่ยที่ 29.76-30.00 บาทต่อลิตร (ไม่ปรับเพิ่มตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจริง) ส่งผลให้รายได้จากค่าธรรมเนียมน้ำมันต่อเดือนลดลง การรถไฟแห่งประเทศไทยจึงต้องแบกรับภาระต้นทุนในส่วนดังกล่าว

นายสรพงศ์กล่าวว่า ด้านการขนส่งทางอากาศ โดยสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้เสนอมาตรการการให้ความช่วยเหลือสายการบินสัญชาติไทยและสายการบินที่ทำการบินภายในประเทศ เนื่องจากสายการบินมีต้นทุนค่าใช้จ่ายจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยจะขอขยายระยะเวลาการตรึงอัตราภาษีสรรพสามิตของน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องบินไอพ่น หน่วยละ 0.20 บาท ที่เดิมรัฐบาลสนับสนุนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2565 เป็นสิ้นปี 2565 เป็นระยะเวลาเพิ่มเติมอีก 6 เดือน

นายสรพงศ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณากำหนดให้หน่วยงานภาคขนส่งในสังกัด ได้แก่ บขส. ขสมก. และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) คงตรึงราคาค่าโดยสาร เพื่อเป็นการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยให้ชะลอการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารทุกชนิดทุกประเภทจนกว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันจะเปลี่ยนแปลงไป จนอยู่ในระดับที่ไม่สามารถรับภาระต้นทุนได้ จึงจะกลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง ทั้งนี้ นายศักดิ์สยามได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี และหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด