หน้าแรก เศรษฐกิจ แพงไม่หยุด &#...

แพงไม่หยุด ‘น้ำมันปาล์ม-ถั่วเหลือง’ ราคาพุ่งขวดละ 72-75 ‘ปลากระป๋อง’ ขึ้นอีก 2-5 บาท

12.05.22 | 20:14 น.

แพงไม่หยุด ‘น้ำมันปาล์ม-ถั่วเหลือง’ ราคาพุ่งขวดละ 72-75 ‘ปลากระป๋อง’ ขึ้นอีก 2-5 บาท

ผู้สื่อข่าวสำรวจราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคในตลาดสดในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม โดยนายสมชาย เจ้าของร้านค้ารายหนึ่งในตลาดสด ระบุว่า ขณะนี้สินค้าส่วนใหญ่ทยอยขึ้นราคาตามค่าขนส่งสูงขึ้นเกือบทุกรายการ

น้ำมันพืชขายปลีกทะลุขวดละ 72-75 บาท

สินค้าที่มีจำนวนการปรับขึ้นมากที่สุดคือ น้ำมันพืชขวด (ลิตร) ทั้งน้ำมันปาล์มและน้ำมันถั่วเหลือง ทุกยี่ห้อได้ขึ้นราคาต้นทุนแบบรายวัน ส่งผลให้ปัจจุบันราคาขายปลีกน้ำมันปาล์มขวด (ลิตร) อยู่ที่ 70-72 บาท น้ำมันถั่วเหลืองอยู่ที่ 72-75 บาท ทำให้ผู้ค้าต้องสั่งสินค้าเพื่อนำมาจำหน่ายลดลง เนื่องจากต้องใช้เงินสต๊อกสินค้าสูง สินค้าเมื่อราคาแพงก็จะขายได้จำนวนลดลงและขายได้ช้าลง อีกทั้งวิตกว่าราคาจะผันผวนและลดลงจากนี้ เพราะน้ำมันพืชปรับขึ้นเร็วเกินไปแล้ว

“ขณะนี้เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงแล้ว สำหรับน้ำมันพืชปาล์ม จากราคาต้นทุนขายแพงขึ้น ทำให้ยี่ปั๊วแจ้งถึงร้านค้าย่อยแล้วว่าบางโรงงานชะลอการผลิตสินค้าล็อตใหม่และหยุดส่งสินค้าชั่วคราว เพื่อบริหารสต๊อกเก่าที่กำลังออกสู่ตลาดให้หมดก่อน ถึงจะเปิดบิลสั่งสินค้าล็อตใหม่ ทั้งระบบต้องพลิกตัว เริ่มเห็นความไม่ไหวของต้นทุนวัตถุดิบที่แพง ผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้ซื้อ ก็เลือกใช้การชะลอผลิต ขาย หรือบริโภคอย่างอื่นๆ แทน” เจ้าของร้านค้ากล่าว

แป้งทอด/ปลากระป๋องดาหน้าขึ้น

นายสมชายระบุอีกว่า ในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้ สินค้าอื่นที่ต้องขึ้นราคาขายปลีก อาทิ แป้งทอดกรอบ ขึ้นราคาต้นทุน 10 บาทต่อลัง ลังละ 10 ถุง จากลังละ 340 บาท เป็น 350 บาท ข้าวหอมมะลิถุง (5 กิโลกรัม) ขอขึ้นราคาขายส่งอีก 5 บาท ส่วนราคาขายปลีกจะปรับขึ้น 10-15 บาทในเร็วๆ นี้ หลังสินค้าล็อตเก่าหมดลง

อีกรายการคือ แป้งมัน ผู้ผลิตแจ้งมาแล้วว่า หัวมันสำปะหลัง วัตถุดิบเพื่อผลิตราคาแพงขึ้นจะขอปรับราคาทุกขนาดอีก 15 บาท และขอขึ้นราคาแป้งสาคูเม็ดเล็กและเม็ดใหญ่ทุกขนาดอีก 15-25 บาท ขณะที่ ปลากระป๋อง ทุกยี่ห้อขอปรับราคาขึ้นเฉลี่ย 20 บาทต่อลัง ลังละ 10 แพค (แพคละ 10 กระป๋อง) ส่งผลให้เพิ่มราคาขายปลีกอีก 2 บาทต่อกระป๋อง จาก 18 บาท เป็น 20 บาท หรือ 20 บาท เป็น 22 บาท ขึ้นกับยี่ห้อ

Advertisement

ส่วนยี่ห้อดังที่นิยมซื้อขอปรับ 50-60 บาทต่อลัง ส่งผลต่อราคาขายปลีกขึ้น 5 บาทต่อกระป๋อง จาก 20 บาท เป็น 25 บาท นอกจากนี้ โรงงานผลิตเกลือป่น ขอปรับตามต้นทุนอีก 2 บาทต่อมัด (มัดละ 12 ถุง) จากถุงละ 15 บาท เป็น 17 บาท

“ราคาสินค้าที่ปรับตามราคาต้นทุนส่งมาถึงร้านค้า ทำให้ร้านค้ากำไรน้อยลงๆ 5-10% ของมาแพงก็ต้องขายแพง พอของแพงคนคนซื้อน้อยลงทันที ตอนนี้รายได้ลดลงเหลือ 1 หมื่นบาทต่อวันหรือต่ำกว่า จากเคยขายได้ 2-3 หมื่นบาทต่อวัน ถือว่าการค้าแย่ลง” เจ้าของร้านค้ากล่าว

หมู-ไก่-อาหารทะเลขึ้น 5-10 บ./โล

ในตลาดสดย่านบางซื่อ จากการสอบถามพ่อค้าขาย ไก่ชำแหละ ได้รับการยืนยันว่า ต้นทุนต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้สัปดาห์นี้ราคาไก่ปรับขึ้นแล้ว 5 บาทต่อกิโลกรัม โดย อกไก่ ราคา 95 บาท อกไก่ติดหนัง 90 บาท อกไก่ลอกหนัง 95 บาท ไก่สันใน 95 บาท ปีกไก่บน 80 บาท เป็นต้น และได้รับแจ้งว่าราคาจะปรับขึ้นอีก เพราะพ่อค้ากระจายสินค้าระบุว่าผู้ผลิตไก่เพิ่มปริมาณส่งออกไก่มากขึ้น จากความต้องการของตลาดโลกและราคาสูงขึ้น ทำให้กระทบต่อซัพพลายสินค้าในประเทศน้อยลง ส่งผลให้ราคาขายสูงขึ้น

ขณะที่ แผงขายหมู ระบุว่า ราคาหมูชำแหละปรับขึ้น 10 บาทต่อกิโลกรัม อาทิ หมูเนื้อแดง อยู่ที่ 190 บาท/กก. หมูสามชั้น 210 บาท/กก. ก็เกรงว่าวันพระหน้าตรงกับวันที่ 15 พฤษภาคม และเป็นการหยุดยาว การบริโภคอาจสูงขึ้นและมีผลต่อราคาขยับอีกครั้ง

สำหรับ แผงจำหน่ายอาหารทะเล แม่ค้าเจ้าของแผงรายหนึ่งระบุว่า ราคาอาหารทะเลได้ขึ้นราคาทุกชนิด บางชนิดราคาต่ำกว่าหมู ก็ขยับเท่าหรือสูงกว่าแล้ว อาหารทะเลที่มีความต้องการสูง ราคาจะขยับมากกว่า โดยผู้ส่งอาหารทะเลตามตลาดสด หรือร้านค้า อ้างว่าต้นทุนขนส่งและต้นทุนการจับปลาสูงขึ้น ทำให้ทิศทางราคาอาหารทะเลจะยังทรงตัวสูงต่อเนื่อง อาทิ ปูม้าปรับขึ้น 50 บาทต่อ กก.

แฟ้มภาพ

ร้านสะดวกซื้อปาล์มขวดทะลุ 70 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีประชาชนแจ้งว่า ร้านสะดวกเกือบทุกแห่งได้มีการปรับราคาขายปลีกน้ำมันพืชขวด (1 ลิตร) โดยร้านสะดวกซื้อยี่ห้อหนึ่งปรับราคาขายปลีกน้ำมันปาล์มบางยี่ห้ออยู่ที่ 70 บาทแล้ว ปรับราคาน้ำมันถั่วเหลืองอยู่ที่ 68 บาท สูงกว่าสัปดาห์ก่อนหน้า 3-5 บาทต่อขวด

ยี่ปั๊วฟันธงปาล์มขวดทะยาน 74-75 บาท

นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่งและค้าปลีกไทย กล่าวว่า จากราคาน้ำมันปาล์มยังสูงขึ้นต่อเนื่อง คาดว่าราคาขายปลีกน้ำมันปาล์มมีแนวโน้มขึ้นไปถึง 74-75 บาทต่อขวด (ลิตร) โดยราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้นทุกชนิดทุกวัน กำลังทำให้กำลังซื้อซบเซามากขึ้น ประกอบกับสัปดาห์หน้าเปิดเทอมการศึกษา คาดได้ว่ากำลังซื้อจะยิ่งฝืดหนักขึ้น

“ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลควรเร่งมือลงมาบริหารจัดการและแก้ปัญหาว่าจะทำให้อย่างไรให้ราคาสินค้าลดลง เพื่อพลิกฟื้นกำลังซื้อ มากกว่าจะมุ่งไปว่าจะออกมาตรการเติมเงินให้กับประชาชน เช่น คนละครึ่ง เพราะการแก้ปัญหาราคาสินค้าจะได้ทั้งระบบ แต่มาตรการเติมเงินจะได้เฉพาะร้านที่เข้าโครงการ” นายสมชายกล่าว

ราคาเหล็กสะวิงโลละ 28-30 บาท

นางจรรยา สว่างจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.โอเวอร์ซีส์ สตีล จำกัด (มหาชน) ผู้ค้าเหล็ก กล่าวว่า ปัจจุบันราคาเหล็กเส้นตลาดในประเทศอยู่ในภาวะขึ้นๆ ลงๆ อยู่ระหว่างราคา 28-30 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากตลาดก่อสร้างค่อนข้างเงียบ มีแต่งานโครงการขนาดเล็ก ส่งผลให้ราคาขายยังไม่ปรับขึ้นสูงมาก ประกอบกับทางโรงงานผู้ผลิตไม่อยากจะปรับราคาขึ้นสูงมาก จึงยอมตรึงราคาไว้ในระดับนี้ไปก่อน ขายเป็นเงินสดมากขึ้น เพราะต้องการนำเงินสดมาเสริมสภาพคล่องมากกว่า อย่างไรก็ตาม หากสงครามรัสเซีย-ยูเครนยืดเยื้อออกไปอีก มีแนวโน้มที่ราคาขายปรับขึ้นต่อ