หน้าแรก เศรษฐกิจ กูรูเตือน ตลา...

กูรูเตือน ตลาดคริปโทฯดิ่งหนัก นักลงทุนต้องระวัง อย่าเทรดด้วยอารมณ์

13.05.22 | 12:31 น.

กูรูเตือน ตลาดคริปโทฯดิ่งหนัก นักลงทุนต้องระวัง อย่าเทรดด้วยอารมณ์ 

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม นายปรมินทร์ อินโสม ผู้ก่อตั้ง Satang ผู้นำธุรกิจด้านสินทรัพย์ดิจิทัลและบล็อกเชน กล่าวว่า ตลาดคริปโทฯตอนนี้เข้าสู่ช่วงตลาดหมีอย่างแท้จริง ซึ่งส่งสัญญาณมาตั้งแต่ต้นปี ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ที่ราคาบิทคอยน์ตกลงไปต่ำกว่า 1 ล้านบาท นั้นเกิดจากแรงกดดันตลาดแพนิกทั้งจากวิกฤตของ เหรียญ Stablecoin UST และ LUNA ที่ส่งผลให้เหรียญในกลุ่ม DeFi และ Stablecoin รวมทั้งเหรียญอื่นก็ถูกเทขายออกมา สิ่งที่กดดันมากขึ้นคือ FED ที่คงต้องขึ้นดอกเบี้ย อย่างจริงจังมากขึ้น เพราะตัวเลข ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI : Consumer price index ซึ่งใช้เพื่อคำนวณอัตราเงินเฟ้อ) เร่งตัวขึ้น 8.3 เปอร์เซ็นต์ในเดือนเมษายน มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 8.1 เปอร์เซ็นต์ และใกล้ระดับสูงสุดในรอบกว่า 40 ปี ซึ่งปัจจัยจาก FED กับการต่อสู้กับวิกฤตเงินเฟ้อนั้น ยังคงอยู่ไปอีกอย่างน้อย 3-4 เดือนจากนี้ นั่นย่อมกดดันให้คริปโทเคอร์เรนซียังสามารถลงไปทดสอบระดับล่างได้อีก

“มองว่าทางเทคนิค Bitcoin และเหรียญ Altcoin อื่นๆ อยู่ในขาลง และคงไม่จบใน 1 ถึง 2 สัปดาห์นี้ อาจยืดยาวไป 1-2 เดือนเป็นอย่างน้อย ราคาของบิทคอยน์อาจเคลื่อนไหวไปมาในช่วงกว้างๆ ระหว่าง $32,000 ถึง $25,000 อยู่หลายสัปดาห์จากนี้ อยากจะเตือนนักเทรดว่า ตอนนี้อย่าใช้อารมณ์ในการเทรด ต้องมีสติ และบริหารการเงินให้ดี” นายปรมินทร์กล่าว

นายปรมินทร์ อินโสม ผู้ก่อตั้ง Satang ผู้นำธุรกิจำด้านสินทรัพย์ดิจิตัลและบล็อกเชน

นายสรัล ศิริพันธ์โนน ซีอีโอ Satang Corporation กล่าวว่า เวลานี้ การจะมองหาว่าเหรียญหรือสินทรัพย์ใดเป็น safe-haven นั้น อาจจะยากอยู่สักหน่อย แน่นอนว่าเมื่อ FED ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อกำจัดอัตราเงินเฟ้อ ย่อมทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น ทองคำ คริปโทฯ อยู่ในภาวะกดดันคือไม่ขึ้นหรือลงมาอีก ในช่วง 4-5 เดือนนี้ และเมื่อสินทรัพย์แทบทุกชนิดถูกเทขาย (ยกเว้นน้ำมันกับก๊าซที่ยังขาขึ้นในช่วง 1-2 เดือนนี้) เงินก็จะไหลกลับมาที่ US Dollar อีก เพราะการที่ USD แข็งค่าขึ้น แสดงว่าไม่มีทรัพย์สินอื่นน่าสนใจลงทุน

นายสรัลกล่าวต่อว่า อยากจะฝากข้อคิดว่า ก่อนจะลงทุนควรต้องตั้งคำถามกับตัวเอง 2 ข้อ คือ 1.สินทรัพย์ที่จะลงทุน จะลงไปได้มากที่สุดขนาดไหน (maximum drawdown) และ 2.อีกยาวนานแค่ไหน ที่สินทรัพย์นั้นจะเริ่มกลับมาฟื้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักคิดถึงแต่ประเด็นข้อ 1 แต่ลืมถามข้อ 2 เรื่องที่เกี่ยวกับเวลาในการถือครองทรัพย์สินระหว่างขาลงยังไม่จบ จนกลับมาขาขึ้นเป็นกำไร อย่าลืมว่าระยะเวลาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะนั่นหมายถึงต้นทุนของการได้หรือเสียโอกาสที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น อย่าถือสินทรัพย์ทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ อย่าทุ่มการลงทุนไปในสินทรัพย์กลุ่มเดียว ควรมีเงินสดไว้ด้วย เพราะสินทรัพย์ช่วงนี้มีจะโอกาสที่จะราคาผันผวนสูง อย่าพยายามสร้างหนี้สินเพิ่ม ไม่ควรกู้เงินมาลงทุนเด็ดขาด

“สินทรัพย์ดิจิทัลนั้นเป็นสินทรัพย์เสี่ยงสูง ควรศึกษาหาความรู้ให้เข้าใจ เทรดแบบมองข้อมูลเชิงพื้นฐาน และศึกษาข้อมูลเชิงลึกด้วยเพื่อป้องกันความเสี่ยง ที่สำคัญคือต้องใช้สติและวิจารณญาณในการลงทุน และจะซื้อขายให้ปลอดภัย ต้องผ่านเว็บเทรดที่ได้รับใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจาก ก.ล.ต. อย่าง Satang Pro ที่เน้นการพัฒนาระบบความเสถียร รวดเร็ว ตลอดจนรักษามาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลและสินทรัพย์ของลูกค้าเป็นอันดับหนึ่ง” นายสรัลกล่าว

Advertisement
นายสรัล ศิริพันธ์โนน ซีอีโอ Satang Corporation