หน้าแรก เศรษฐกิจ TOA เผยยอดขาย...

TOA เผยยอดขาย Q1/65 พุ่งต่อเนื่อง แต่กำไรหด เจอพิษเงินเฟ้อ-น้ำมันแพง-บาทอ่อน

13.05.22 | 17:39 น.

นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการดำเนินงานของไตรมาส 1/65 ว่ามียอดขาย 4,965 ล้านบาท โดยเติบโตขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนกว่า 12% ตอกย้ำความสำเร็จด้วยกลยุทธ์การเติบโตที่ TOA ก้าวข้ามไปสู่ธุรกิจที่เป็นมากกว่าสี ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคอยู่เสมอ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์และบริการแบบ Total Solution ครอบคลุมสีทาอาคาร เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ยิปซัมบอร์ด สีงานไม้ สีอุตสาหกรรมหนัก สีตกแต่งพิเศษ และยังขยายไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ไปสู่กระเบื้องเซรามิกและพอร์ซเลนปูพื้น ปูผนัง ที่ช่วยเสริมการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ตอบรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ของภาครัฐ และการเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ได้มีมติอนุมัติการเข้าถือหุ้นบริษัท ฟาสต์-มิกซ์ จำกัด (Fast-mix) ประกอบธุรกิจโรงงานผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่ใช้ในงานก่อสร้าง ในสัดส่วน 80% เป็นเงิน 81.50 ล้านบาท ปัจจุบัน Fast-mix เป็นผู้ผลิตสินค้าเคมีภัณฑ์ก่อสร้างในกลุ่มซีเมนต์เบสให้แก่บริษัท อาทิ ปูนกาว และซีเมนต์ วอเตอร์พรูฟ ซึ่งมีศักยภาพการเติบโตของยอดขายได้อีกมากจากขนาดของตลาด และการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายการจัดจำหน่าย ที่ครอบคลุมของบริษัท ดังนั้น การเข้าซื้อหุ้น Fast-mix จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและการทำกำไรของสินค้ากลุ่มนี้

อย่างไรก็ตาม ราคาวัตถุดิบและต้นทุนการผลิตอื่นๆ ที่ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากราคาน้ำมัน ภาวะเงินเฟ้อ และค่าเงินบาทที่อ่อนตัว กดดันกำไรสุทธิ Q1/65 อ่อนตัวลงเหลือ 410 ล้านบาท ลดลงกว่า 39% จากงวดเดียวกันปีก่อน แม้ว่าบริษัทได้ทยอยปรับราคาสินค้าขึ้นไปแล้ว 2 รอบ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564-มกราคม 2565 แต่ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นได้ ทำให้บริษัทฯจึงจำเป็นต้องทยอยปรับราคาขายเป็นครั้งที่ 3 ในเดือนมีนาคม-เดือนมิถุนายน 2565 ทั้งนี้ การขึ้นราคาขายสินค้าเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตเป็นไปตามกลไกของตลาด และเป็นทิศทางเดียวกันกับผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรม

นายจตุภัทร์กล่าวว่า ต้นทุนการผลิตยังมีโอกาสผันผวนไปอีก 3-6 เดือน จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน บริษัทจึงดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกและการปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มความสามารถในการทำกำไร นอกจากนี้ ด้วยกลยุทธ์การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมสี ที่มุ่งมั่นสร้างความแตกต่างเหนือคู่แข่งด้วยนวัตกรรมสินค้าที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการขยายธุรกิจวัสดุก่อสร้างน้ำหนักเบา และการพัฒนาบริการเพื่อนำเสนอโซลูชั่นให้แก่ลูกค้าอย่างครบวงจร จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจ การเติบโตอย่างมั่นคง สามารถก้าวผ่านความท้าทายและสร้างผลตอบแทนที่ดีแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว

 

Advertisement