หน้าแรก เศรษฐกิจ กพร.แจงปมซากช...

กพร.แจงปมซากช้างป่า 5 ตัวเสียชีวิตในบ่อหลุมยุบ อาจโยงเหมืองใต้ดิน

13.05.22 | 23:24 น.

กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม ชี้แจงกรณีพบซากช้างป่า 5 ตัวเสียชีวิตในบ่อหลุมยุบ บริเวณเขตป่าเขาพระฤๅษี และป่าเขาบ่อแร่ จังหวัดกาญจนบุรี หลังเกิดข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการทำเหมืองใต้ดินเผยเกิดจากปัจจัยตามธรรมชาติ

นายนิรันดร์ ยิ่งมหิศรานนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ชี้แจงกรณีพบซากช้างป่า 5 ตัวเสียชีวิตในบ่อหลุมยุบ บริเวณเขตป่าเขาพระฤๅษี และป่าเขาบ่อแร่ ท้องที่หมู่ 7 บ้านชะอี้ ตำบลชะแล อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เขต 7 ราชบุรี ร่วมกับ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.4 (อู่ล่อง) และอุทยานแห่งชาติลำคลองงูร่วมลงพื้นที่ เพื่อตรวจสอบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการทำเหมืองใต้ดินตามที่ปรากฏในข่าวหรือไม่

ผลการตรวจสอบข้อมูลพบว่า บริเวณหลุมยุบที่พบศพช้างป่า 5 ตัว อยู่ห่างจากพื้นที่ทำเหมืองอุโมงค์ตามประทานบัตรของบริษัท กาญจนบุรีเอ็กซ์โพลเรชั่น แอนด์ ไมนิ่ง (เค็มโก) จำกัด ประมาณ 3.5 กิโลเมตร ซึ่งประทานบัตรได้สิ้นอายุแล้ว และไม่ได้มีการประกอบกิจการทำเหมืองมาตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2545 ทั้งนี้ การทำเหมืองของบริษัทดังกล่าวเป็นการทำเหมืองอุโมงค์ในหินปูนแข็ง มีการถมกลับและการค้ำยันเพื่อความมั่นคงแข็งแรงของอุโมงค์ในบริเวณที่เป็นโพรงดินหรือหินร่วนตามแนวรอยเลื่อน โดยตั้งแต่ปิดเหมืองมาจนถึงปัจจุบันยังไม่ปรากฏข้อมูลว่ามีการพังถล่มหรือการยุบตัวของพื้นดินเหนืออุโมงค์ผลิตแร่แต่อย่างใด

สำหรับลักษณะของหลุมยุบที่พบซากช้าง 5 ตัว มีปากหลุมรูปร่างค่อนข้างกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 14 เมตร มีขอบหลุมที่ชันลึกในแนวดิ่ง โดยความลึกจากปากหลุมถึงผิวน้ำในหลุมประมาณ 2 เมตร ในหลุมมีโคลนดินหนาลึกลงไปจากผิวน้ำ ซึ่งลักษณะหลุมยุบแบบนี้เกิดจากน้ำใต้ดินกัดเซาะและนำพาดินไหลไปตามโพรงหรือช่องว่างใต้ชั้นดินจนชั้นผิวดินรับน้ำหนักไม่ได้จึงยุบตัวลงมา ส่วนลักษณะการยุบตัวของพื้นดินที่เกิดจากการทรุดตัวของอุโมงค์ใต้ดินจะเกิดขึ้นเหนือบริเวณที่มีอุโมงค์อยู่ใต้ดินเท่านั้น โดยจะทรุดตัวอย่างต่อเนื่องเป็นลำดับจากเพดานอุโมงค์ที่อยู่ใต้ดินจนถึงชั้นผิวดินด้านบน และโดยทั่วไปจะมีความลาดเอียงจากขอบนอกลงไปเข้าหาบริเวณก้นแอ่ง ดังนั้น หลุมยุบที่พบซากช้างนี้จึงไม่ได้เกิดจากการทรุดตัวของอุโมงค์ใต้ดิน เนื่องจากไม่ได้เกิดเหนือพื้นที่อุโมงค์เหมืองใต้ดินและมีลักษณะของการยุบตัวที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้ การเกิดหลุมยุบบริเวณดังกล่าวพบว่ามีมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันโดยตำบลชะแลเป็นหนึ่งในพื้นที่เสี่ยงภัยหลุมยุบจากธรรมชาติที่กรมทรัพยากรธรณีได้สำรวจและขึ้นบัญชีไว้ เนื่องจากมีปัจจัยด้านธรณีวิทยาและสภาพพื้นที่ภูมิประเทศที่เอื้อให้เกิดหลุมยุบ คือมีลักษณะเป็นพื้นที่ราบใกล้กับภูเขาหินปูน มีชั้นตะกอนดินไม่หนามากรองรับด้วยหินปูนระดับตื้น ซึ่งลักษณะของหินปูนจะมีช่องว่างรอยแตกและโพรงอยู่ในชั้นหินปูนจำนวนมาก เนื่องจากสามารถละลายได้ด้วยน้ำที่มีสภาพเป็นกรดอ่อน ๆ ประกอบกับมีลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างกันของพื้นที่ โดยถูกขนาบด้วยเขื่อนขนาดใหญ่ 2 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนวชิราลงกรณด้านทิศตะวันตก-ตะวันตกเฉียงเหนือ และเขื่อนศรีนครินทร์ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของระดับแรงดันน้ำใต้ดินในบริเวณใกล้เคียง

“ในส่วนของอุโมงค์เหมืองแร่ของเหมืองเค็มโกที่ได้ปิดเหมืองและปิดอุโมงค์ไปนานร่วม20 ปีนั้น ไม่มีกิจกรรมใดที่จะรบกวนการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำใต้ดินแล้ว การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำใต้ดินบริเวณนี้เป็นไปตามธรรมชาติของสภาพดินฟ้าอากาศในแต่ละช่วงเวลา ไม่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองในอดีตแต่อย่างใด” นายนิรันดร์ กล่าวทิ้งท้าย

Advertisement