หน้าแรก เศรษฐกิจ ถึงคิว &#8216...

ถึงคิว ‘แชมพู-สบู่สมุนไพร’ ขึ้นราคา เปิดเทอม-สต๊อกป่วน ‘น้ำมันพืช’ เริ่มไม่มีวางจำหน่าย

16.05.22 | 18:03 น.

ถึงคิว ‘แชมพู-สบู่สมุนไพร’ ขึ้นราคา เปิดเทอม-สต๊อกป่วน ‘น้ำมันพืช’ เริ่มไม่มีวางจำหน่าย

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม แหล่งข่าวจากค้าปลีกและค้าส่ง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2565 ได้รับแจ้งจากผู้ผลิตแชมพูและสบู่สมุนไพรยี่ห้อหนึ่งขอขึ้นราคาขายส่งและขายปลีกในเดือนมิถุนายนนี้ เนื่องจากต้นทุนการผลิตและการขนส่งปรับตัวสูงขึ้น

‘น้ำมันพืช’ สต๊อกเริ่มขาด

สำหรับสินค้าอุปโภคและบริโภคหลังผู้ผลิตแจ้งการขึ้นราคาสินค้าไปหลายรายการตั้งแต่เดือนเมษายนถึงวันที่ 14 พฤษภาคม 2565 ทำให้ช่วงนี้ไม่มีการแจ้งขึ้นราคาเพิ่ม โดยเฉพาะราคาน้ำมันพืชขวด 1 ลิตร ทั้งน้ำมันปาล์มและน้ำมันถั่วเหลืองที่ผู้ผลิตไม่มีแจ้งปรับราคาใหม่เพิ่ม จึงดูเหมือนราคาเริ่มนิ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป็นเพราะสต๊อกเริ่มไม่มีวางจำหน่ายในตลาด โดยเฉพาะยี่ห้อยอดนิยมที่ผู้ผลิตชะลอการผลิตสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด เพราะต้องการรอให้ต้นทุนการผลิตที่สะวิงในขณะนี้เริ่มนิ่งก่อน

“ราคาน้ำมันปาล์มและถั่วเหลืองไม่ขยับมากช่วงนี้ เพราะก่อนหน้านี้ผู้ผลิตแจ้งปรับราคาขึ้นสูงไปมากแล้ว โดยราคาต้นทุนอยู่ที่ 68-69 บาทต่อขวด ส่วนราคาขายปลีกก็ขายเกิน 70 บาทต่อขวดไปแล้ว รอดูภายในอาทิตย์นี้จะมีการแจ้งปรับราคาใหม่อีกหรือไม่ เพราะเป็นช่วงเปิดเทอม จะมีความต้องการบริโภคสูงกว่าปกติ” แหล่งข่าวกล่าว

‘ปุ๋ย’ จ่อปรับราคา เคาะ ‘มาม่าสูตรใหม่’ ขาย 9 บ.

Advertisement

ร.ต.จักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) เปิดเผยว่า การปรับขึ้นสินค้าจำเป็น 18 หมวดเป็นสินค้าควบคุม กรมจะพิจารณาเป็นรายกรณี ซึ่งขณะนี้ยังไม่อนุมัติให้ขึ้นราคาแต่อย่างใด ยกเว้นปุ๋ยที่ต้นทุนปรับตัวสูงขึ้นมาก หลังมีผู้ผลิต 5-6 รายขอขึ้นราคา ล่าสุด กรมอยู่ระหว่างพิจารณาเป็นรายกรณี แต่ยังไม่มีอนุมัติให้ขึ้นราคา ซึ่งการปรับราคาขึ้นของปุ๋ยจะไม่ส่งผลต่อราคาขายในตลาดสูงขึ้น แต่เป็นการปรับเพื่อไม่ให้สินค้าขาดตลาด

“บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกยี่ห้อยังไม่มีปรับราคายังคงขายปลีก 6 บาทต่อซอง กรณีของมาม่าที่ขอปรับราคา ทางกรมให้ปรับเฉพาะสินค้าเป็นสูตรและขนาดใหม่ จาก 8 บาท เป็น 9 บาทต่อซองเท่านั้น” ร.ต.จักรากล่าว

รับ ‘น้ำมันพืชแพง’ ตามค่าขนส่ง

ร.ต.จักรากล่าวว่า สำหรับน้ำมันพืชขวด 1 ลิตร น้ำมันปาล์มและถั่วเหลืองเป็นสินค้าที่ไม่ต้องขออนุญาตปรับราคา โดยกรมใช้มาตรการบริหารให้ผู้ผลิตและโรงกลั่นตรึงราคาขาย ตอนนี้ราคาขายอยู่ที่ 68-69 บาทต่อขวด หรือบางพื้นที่จะพบว่าขาย 70 บาทต่อขวด โดยราคาขายที่สูงขึ้นเกิดจาก 2 สาเหตุ 1.ร้านค้ารับของหลายทอด และ 2.ค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นเป็น 32 บาทต่อลิตร

“น้ำมันพืชเป็นสินค้าควบคุมแต่เราไม่ใช้มาตรการทางกฎหมายควบคุมราคา เราใช้มาตรการบริหาร และติดตามอย่างใกล้ชิดให้ราคาขายสอดคล้องตามต้นทุน ยอมรับว่าบางพื้นที่ บางตลาด และร้านค้าย่อย มีค่าขนส่งระยะไกล เลยทำให้ราคาขายอาจจะเกิน 66-68 บาทต่อขวด ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ยังไม่พบโรงงานหยุดผลิตหรือสต๊อกขาด อาจจะมีบ้างที่ขาดช่วงในการนำสินค้ามาวางบนชั้นวางจำหน่าย และหากพบมีการฉวยโอกาสจังหวะของแพงปรับราคาขายเกินสมควร ถือว่าเข้าขายกระทำผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ร.ต.จักรากล่าว

‘เนื้อหมู’ ขยับเล็กน้อย ‘ไก่-ไข่’ ยังทรงๆ

ร.ต.จักรากล่าวถึงราคาเนื้อหมูว่า ขณะนี้มีปรับสูงขึ้นบ้างบางพื้นที่ เกิดจากต้นทุนขนส่งและสภาพอากาศแปรปรวนทำให้ผลิตออกสู่ตลาดน้อย แต่ยังไม่ผันผวนจนทำให้ราคาสูงเกิน 200 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) เหมือนก่อนหน้านี้ ขณะนี้ราคาหมูเนื้อแดงพื้นที่กรุงเทพฯอยู่ที่ 180-185 บาทต่อ กก. ห้างสรรพสินค้าอยู่ที่ 160-170 บาทต่อ กก. ด้านราคาไข่ไก่ยังทรงตัว ราคาเฉลี่ยทั่วประเทศยังไม่เกิน 4 บาทต่อฟอง ส่วนราคาเนื้อไก่ยังทรงตัว เช่น เนื้ออก 90-95 บาทต่อ กก. ขณะที่ราคาผักขึ้นๆ ลงๆ มีปรับราคาขึ้นเล็กน้อย เช่น ผักบุ้ง กวางตุ้ง เพราะอากาศแปรปรวนร้อนสลับฝนส่งผลต่อการผลิต ส่วนมะนาวราคาเริ่มลงแล้วอยู่ที่ 4-5 บาทต่อลูก