หน้าแรก เศรษฐกิจ หอค้าไทย-ซาอุ...

หอค้าไทย-ซาอุดีฯ รุก 5 ด้านเปิดโอกาสค้าขาย-ลงทุน-ท่องเที่ยว เห็นร่วมเจรจาเอฟทีเอ เชื่อมสัมพันธ์ 2 ภูมิภาค

17.05.22 | 09:39 น.

หอค้าไทย-ซาอุดีฯ รุก 5 ด้านเปิดโอกาสค้าขาย-ลงทุน-ท่องเที่ยว เห็นร่วมเจรจาเอฟทีเอ เชื่อมสัมพันธ์ 2 ภูมิภาค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ กรุงริยาด ในวันที่ 16 พฤษภาคม กระทรวงการลงทุน ซาอุดีอาระเบีย เป็นเจ้าภาพจัดงาน Saudi-Thai Investment Forum ที่โรงแรม Movenpick โดยกระทรวงการต่างประเทศของไทย ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะผู้แทนภาคเอกชนจากบริษัทชั้นนำของไทยเข้าร่วมงาน เพื่อเชื่อมโอกาสด้านการค้าและการลงทุนในสาขาธุรกิจเด่น ทั้งกลุ่มพลังงาน กลุ่มเคมีภัณฑ์ กลุ่มเกษตรและอาหาร กลุ่มท่องเที่ยวและบริการเพื่อสุขภาพ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มค้าปลีก กลุ่มรถยนต์ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า กลุ่มอัญมณีและเครื่องประดับ และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น ซึ่งมีบริษัทซาอุดีอาระเบียสนใจเข้าร่วมกิจกรรม Business matching รวมมากกว่า 200 บริษัท

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 พ.ค. กระทรวงการลงทุน ซาอุดีอาระเบีย เป็นเจ้าภาพจัดงาน Saudi-Thai Investment Forum โดยมี Mr.Khalid Abdulaziz Al-Falih รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุนของซาอุดีอาระเบีย ได้เข้าร่วมกล่าวเปิดงาน และยังได้รับเกียรติจาก Prince Faisal bin Farhan Al Saud รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ มาร่วมต้อนรับคณะจากประเทศไทย ที่นำโดย นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ อีกด้วย

ทั้งนี้ การเดินทางมาเยือนในครั้งนี้ แสดงถึงความตั้งใจของทั้งสองฝ่ายที่จะต่อยอดและผสานความร่วมมือระหว่างกันให้มากขึ้นจากภาครัฐสู่ภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ โดยทางกระทรวงการลงทุนของซาอุฯก็มีแผนที่จะไปเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในไตรมาส 3 นี้

นอกจากนั้น ภายในงานมีการทำ MOU ระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย (Board of Trade of Thailand) และสภาหอการค้าซาอุดีอาระเบีย (Federation of Saudi Chambers) ซึ่งมีประเด็น 5 ด้านหลักๆ ร่วมกัน ดังนี้

Advertisement

1.เสนอให้สนับสนุนการจัดตั้ง Thai-Saudi Business Forum ระหว่างนักธุรกิจทั้งสองประเทศ
2.การเข้าร่วมงานแสดงสินค้า และการประชาสัมพันธ์สินค้า เสนอให้หน่วยงานภาครัฐทั้งสอง สนับสนุนการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าที่อีกฝ่ายจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมการค้าและความร่วมมือระหว่างกัน อีกทั้งยังเป็นการเสริมการรับรู้ในตัวสินค้าของทั้งสองประเทศให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยสภาหอฯได้เชิญชวนภาคเอกชนซาอุฯ เข้าร่วมงาน ThaiFex ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 24-28 พ.ค.นี้ด้วย
3.การให้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งภาครัฐของทั้งสองฝ่ายเห็นชอบที่จะร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องระหว่างกัน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการขยายมูลค่าการลงทุนของภาคเอกชนทั้งสองฝ่ายในอนาคต
4.ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าการอำนวยความสะดวกสำหรับนักธุรกิจจะช่วยดึงดูดความสนใจให้ไทยและซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศเป้าหมายการลงทุนลำดับต้นๆ ของนักธุรกิจของทั้งสองประเทศ
5.เสนอให้เร่งรัดการจัดทำความความตกลง FTA ระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย เพื่อเป็นการกระตุ้นการค้าระหว่างกันให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นในระยะยาว ทั้งสองประเทศควรเปิดการเจรจาความตกลง FTA ระหว่างกันโดยเร็ว

นอกจากนั้น ยังมีการลงนาม MOU ของกระทรวงการลงทุน กับบริษัทเอกชน ทั้ง SCG, Gulf, Indorama, Minor Group และดุสิตธานี อีกด้วย

สำหรับผลการ Business Matching โดยภาพรวมได้มีการหารือถึงโอกาสต่างๆ ซึ่งขณะนี้เศรษฐกิจของซาอุดีอาระเบียมีการขยายตัวได้ดีมาก โดยไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมา มี GDP เติบโตสูงถึง 9.6%

ทั้งนี้ ด้านอาหารและผลไม้ ที่ทางซาอุดีอาระเบียสนใจมากๆ มีโอกาสที่จะนำทุเรียนส่งออกมาพื้นที่นี้ ด้านวัสดุก่อสร้างก็มีโอกาส สอดคล้องกับทางซาอุฯที่มีแผนการขยายเมือง ในส่วนกลุ่มยานยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ก็มีความสนใจที่จะไปดูโรงงานที่ประเทศไทย และการท่องเที่ยวก็ได้รับความสนใจที่จะ Connect กับประเทศไทย

ซึ่งซาอุดีอาระเบียได้ตั้งเป้าที่ท้าทายมาก โดยปัจจุบันมีนักท่องเที่ยว 20 ล้านคน จะเพิ่มให้ถึง 100 ล้านคน ในปี 2030 ดังนั้น ซาอุดีอาระเบียจึงต้องการเชื่อมและแลกเปลี่ยนความรู้กับประเทศไทย ซึ่งรวมถึงกลุ่มโรงพยาบาล Medical และ Welness ของประเทศไทย โดยสนใจที่จะเดินทางไปประเทศไทยเพื่อไปใช้บริการและเรียนรู้ระหว่างกัน

นอกจากนี้ สำหรับเรื่องปุ๋ย ที่วันแรกได้มีการเกริ่นกับ รมว.ต่างประเทศนั้น วันนี้ ทางท่านดอนได้กล่าวกับทาง รมว.ต่างประเทศ Prince Faisal bin Farhan Al Saud เช่นกัน โดยได้ย้ำเป็นเรื่องแรกที่หารือกัน ซึ่งส่วนนี้เชื่อว่า จะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยให้กับเกษตรกรได้ เป็นการ secure source of supply ทำให้ลดความเสี่ยงที่พึ่งพาปุ๋ยจากไม่กี่แหล่งเท่านั้น ความสำเร็จจากเดินทางมาครั้งนี้ คงสามารถต่อยอดได้อีกเยอะมาก

“ภาคเอกชนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เกินความคาดหวังและประทับใจมากๆ หลังจากการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ ซึ่งภาครัฐและเอกชนของทั้งสองฝ่าย มีความกระตือรือล้นและมีความจริงใจ ตั้งใจที่จะทำให้เกิดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด” นายสนั่นกล่าว