สภาพัฒน์ โชว์จีดีพีไตรมาสแรกปี’65 พุ่ง 2.2% อานิสงส์ ใช้จ่ายภาคเอกชน การส่งออก และท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2565 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เปิดเผยว่า ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาสแรกของปี 2565 ขยายตัว 2.2% เร่งตัวขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ที่อยู่ที่ 1.8% และเมื่อปรับผลของฤดูกาลออกแล้ว เศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรกของปี 2565 ขยายตัวจากไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 ที่ 1.1%
นายดนุชากล่าวว่า ด้านการใช้จ่าย การอุปโภคบริโภคภาคเอกชน ขยายตัว 3.9% เร่งขึ้นจากการขยายตัว 0.4% ในไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น รวมทั้งการปรับตัวดีขึ้นของฐานรายได้ในระบบเศรษฐกิจและการดำเนินมาตรการของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้การใช้จ่ายภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้นในทุกหมวด อย่างไรก็ตาม ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมในไตรมาสนี้ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 37.3 จากระดับ 38.9 ในไตรมาสก่อนหน้า ตามความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของภาระค่าครองชีพท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน
ส่วนการใช้จ่ายเพื่อการอุปโภคของรัฐบาล ขยายตัวร้อยละ 4.6 ชะลอลงจากการขยายตัวร้อยละ 8.1
ในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่การลงทุนภาครัฐลดลงร้อยละ 4.7 เทียบกับการขยายตัวร้อยละ 1.7 ในไตรมาสก่อนหน้า
ตามการลดลงของทั้งการลงทุนรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจร้อยละ 6.5 และร้อยละ 2.1 ตามลำดับ สำหรับอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุนในไตรมาสนี้อยู่ที่ร้อยละ 15.1 (ต่ำกว่าอัตราเบิกจ่ายร้อยละ 16.0 ในไตรมาสก่อนหน้า แต่สูงกว่าร้อยละ 14.3 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน)
นายดนุชากล่าวว่า ในด้านภาคการค้าต่างประเทศ การส่งออกสินค้านั้น ปริมาณและราคาส่งออกเพิ่มขึ้น 10.2% ด้านการผลิต สาขาเกษตรกรรม การป่าไม้ และการประมง กลับมาขยายตัว 4.1% ปรับตัวดีขึ้นจาก ในไตรมาสก่อนหน้า ตามการเพิ่มขึ้นของผลผลิตหมวดพืชผลสำคัญ ส่งผลให้ดัชนีรายได้เกษตรกรโดยรวมกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส 9.3% สาขาการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 1.9% ชะลอลงจากการขยายตัว 3.8% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นผลจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมกลุ่มการผลิตเพื่อบริโภคภายในประเทศ
“ส่วนสาขาที่พักแรมและบริการด้านอาหาร ขยายตัวในเกณฑ์สูง 34.1% ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเป็นการกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส ตามการกลับมาขยายตัวของการท่องเที่ยวภายในประเทศ และการขยายตัวในเกณฑ์สูงของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ โดยในไตรมาสนี้มีรายรับจากนักท่องเที่ยวชาวไทยอยู่ที่ 0.144 ล้านล้านบาท ขยายตัวครั้งแรกในรอบ 11 ไตรมาส 63.8% เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ของภาครัฐ ความคืบหน้าในการกระจายวัคซีน และการดำเนินมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ” นายดนุชากล่าว
นายดนุชากล่าวว่า สำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงไตรมาสแรก ปี 2565 มีจำนวน 497,693 คน เพิ่มขึ้นเทียบกับ 20,172 คนในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นผลจากการกลับมาดำเนินมาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ฉีดวัคซีนครบแล้วแบบไม่กักตัวและไม่จำกัดพื้นที่ (เทสต์ แอนด์ โก) ประกอบกับการผ่อนคลายมาตรการเดินทางออกนอกประเทศของหลายประเทศทั่วโลก
นายดนุชากล่าวว่า เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ อัตราการว่างงานอยู่ที่ 1.53% ต่ำกว่า 1.64% ในไตรมาสก่อนหน้า และต่ำกว่า 1.96% ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยอยู่ที่ 4.7% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยอยู่ที่ 1.4% สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุล 5.3 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 1.2% ของจีดีพี และหนี้สาธารณะ ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2565 มีมูลค่าทั้งสิ้น 9,951,962 ล้านบาท คิดเป็น 60.6% ของจีดีพี

