‘ซีพีเอฟ’เปิดรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรรายย่อยแล้ว

25.10.16 | 15:56 น.

นายไพศาล เครือวงศ์วานิช รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) ในเครือบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ขณะนี้ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กำลังเริ่มทยอยออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ซึ่งได้สร้างความกังวลใจให้เกษตรกรรายย่อยเรื่องราคารับซื้อที่อาจจะตกต่ำลง บริษัทจึงได้ดำเนินโครงการเปิดรับซื้อข้าวโพดโดยตรงจากเกษตรกรรายย่อยเข้าสู่โรงงานอาหารสัตว์ของซีพีเอฟทั้ง 15 จุดทั่วประเทศ โดยบริษัทจะรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่ความชื้น 14.5% ถึง 30% ซึ่งได้กำหนดราคารับซื้อข้าวโพด ที่ความชื้น 14.5% ไม่ต่ำกว่า 8 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ณ กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนโรงงานอาหารสัตว์ในเขตอื่นๆ จะมีการกำหนดราคารับซื้อลดหลั่นกันตามต้นทุนค่าขนส่งของแต่ละพื้นที่ โดยมีระยะเวลารับซื้อตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 ถึงเดือนมีนาคม 2560 เพื่อเป็นทางเลือกและเป็นหลักประกันให้แก่เกษตรกรมีตลาดรองรับแน่นอน และได้ราคารับซื้อที่เหมาะสม ตอบรับนโยบายของภาครัฐที่ช่วยพยุงราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่สร้างผลกระทบต่อเกษตรกร

นายไพศาลกล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีการจัดฟาสต์แทร็กเลน (ช่องทางด่วน) เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยขายผลผลิตได้ก่อน ไม่เสียเวลาในการรอคิว สามารถลงผลผลิตได้อย่างรวดเร็ว และขายผลผลิตได้มากกว่า 1 รอบภายในวันเดียวกัน และบริษัทยังมีนโยบายให้จุดรับซื้อทุกแห่งประกาศและยืนราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในอัตราเดียวกันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ทั้งนี้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จะจำหน่ายผลผลิตให้โรงงานอาหารสัตว์ของซีพีเอฟต้องปฏิบัติตามนโยบายการตรวจสอบย้อนกลับของแหล่งที่มาของข้าวโพด เพื่อให้มั่นใจว่าผลผลิตที่เกษตรกรนำมาจำหน่ายมีการเพาะปลูกในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิถูกต้อง ไม่ได้ปลูกข้าวโพดจากการบุกรุกพื้นที่ป่า

นายไพศาลกล่าวว่า สถานการณ์ราคาข้าวโพดในปีนี้ ถือว่าราคาลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2558 โดยราคาขายข้าวโพด ความชื้นที่ 14.5% ณ ตลาดสหรัฐอเมริกา อยู่ที่ประมาณ 7 บาทต่อ กก. เนื่องจากปีนี้สหรัฐสามารถผลิตข้าวโพดได้เพิ่มสูงขึ้นมาก ทำให้ปริมาณในสต๊อกของโลกสูงขึ้น กดดันให้ราคาข้าวโพดในตลาดโลกต่ำลงตามมา ประเด็นกล่าวหาว่าภาคเอกชนไทยได้นำเข้าข้าวสาลีจำนวนมาก จนทำให้ราคาข้าวโพดในประเทศต่ำลงมาจึงไม่น่าจะเป็นความจริง สาเหตุหลักน่าจะมาจากตลาดโลกมากกว่า รวมทั้งในปีนี้การผลิตข้าวโพดภายในประเทศก็ยังผลิตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ประมาณ 4.7 ล้านตัน แต่ความต้องการใช้ภายในประเทศมีสูงถึง 8.3 ล้านตัน ดังนั้นจึงไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการนำเข้าข้าวสาลีแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามทางกระทรวงพาณิชย์ได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการได้ชะลอการนำเข้าข้าวสาลีเป็นการชั่วคราว ผู้ประกอบการก็ยิ่งดีที่จะปฏิบัติตาม โดยในเดือนธันวาคม 2559 ทางสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ จะร่วมกับภาคเอกชนชะลอการนำเข้าข้าวสาลีจำนวน 3 แสนตัน เป็นระยะเวลา 1 เดือน เพื่อเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร

“สำหรับโครงการรับซื้อข้าวโพด ที่ความชื้น 14.5% ไม่ต่ำกว่า 8 บาทต่อกก.นั้น ถือว่าบริษัทได้กำหนดราคาสูงกว่าราคาการส่งออกในประเทศ ที่กำหนดราคาไว้ที่ 7 บาทต่อ กก.ด้วยซ้ำ โดยการที่บริษัทกำหนดแบบนี้ก็เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร แม้ว่าจะมีกำไรลดลงบ้าง แต่ก็เปรียบเสมือนการทำเพื่อประเทศชาติและบรรเทาผลกระทบให้เพื่อนเกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” นายไพศาลกล่าว