แบงชาติ เผยธนาคารพาณิชย์โกยกำไรไตรมาสแรก 4.9 หมื่นล้านบาท
น.ส.สุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หรือ แบงก์ชาติ เปิดเผย ผลของระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 1/2565 ว่า ระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2565 จำนวน 4.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันปีก่อน 11.8% โดยหลักจากการขยายตัวของสินเชื่อที่ทำให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยปรับลดลงจากรายได้ค่าธรรมเนียมเป็นสำคัญ ทั้งนี้ หากเทียบกับไตรมาสก่อน กำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้นจากการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานและค่าใช้จ่ายสำรองที่ลดลง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์เฉลี่ยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 0.87% จากไตรมาสก่อนที่ 0.67%
ขณะเดียวกัน อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ดอกเบี้ยเฉลี่ยทรงตัวอยู่ที่ 2.45% ทั้งนี้ ภาพรวมสินเชื่อปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับระดับก่อนโควิดและดีกว่าหลายประเทศในเขตภูมิภาคใกล้เคียง อาทิ อินโดนีเซียมียอดสินเชื่อโต 6.3% มาเลเซีย 4.7% และสิงคโปร์ 2.8% อาจมีบางประเทศที่ขยายตัวได้ดีกว่า เช่น เวียดนาม อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผลประกอบการธนาคารพาณิชย์ช่วงไตรมาส 2/2565 ขึ้นอยู่กับทิศทางสถานการณ์เศรษฐกิจ
น.ส.สุวรรณีกล่าวว่า ผลจากการเติบโตของสินเชื่อที่ทำให้รายได้ดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้นมีรายละเอียดดังนี้ ระบบธนาคารพาณิชย์มีเงินกองทุนทั้งสิ้น 3 ล้านล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ 19.8% เงินสำรองอยู่ในระดับสูงที่ 9.09 แสนล้านบาท โดยอัตราส่วนเงินสำรองที่มีต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 165.6% และอัตราส่วนสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับกระแสเงินสดที่อาจไหลออกในภาวะวิกฤตอยู่ที่ 192.5% ทั้งนี้ ภาพรวมการเติบโตของสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 1/2565 ขยายตัวที่ 6.9% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 6.5% โดยมีรายละเอียดดังนี้
สินเชื่อธุรกิจขยายตัวที่ 8.8% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 7.9% จากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ขยายตัวต่อเนื่องตามความต้องการเงินทุนของภาคเอกชน โดยขยายตัวได้ในเกือบทุกภาคธุรกิจ ด้านสินเชื่อธุรกิจ SMEs ขยายตัวจากมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูเป็นสำคัญ
สินเชื่ออุปโภคบริโภคขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากไตรมาสก่อนที่ 3.3% สอดคล้องกับความเชื่อมั่นของครัวเรือนที่ปรับลดลงจากการระบาดของโอมิครอน โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัยขยายตัวชะลอลงตามอุปสงค์ต่อที่อยู่อาศัยที่มีแนวโน้มปรับลดลง ด้านสินเชื่อรถยนต์ทรงตัว แม้ว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศเริ่มกลับมาขยายตัวได้ ขณะที่สินเชื่อบัตรเครดิตขยายตัวสอดคล้องกับปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตที่ปรับเพิ่มขึ้น และสินเชื่อส่วนบุคคลขยายตัวต่อเนื่องตามความต้องการสภาพคล่องของภาคครัวเรือน
ด้านคุณภาพสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 1/2565 ในภาพรวมทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เป็นผลจากการปรับโครงสร้างหนี้และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้เป็นสำคัญ โดยยอดคงค้างสินเชื่อด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 531.9 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมที่ 2.93% ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของความเสี่ยงด้านเครดิตต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 6.09% ลดลงจากไตรมาสก่อนที่ 6.39%

