นายกำพล อดิเรกสมบัติ ผู้อำนวยการอาวุโส และหัวหน้าทีม SCB Chief Investment Office (SCB CIO) ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตลาดการเงินโลกกำลังได้รับผลกระทบจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วและแรงของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และ ล่าสุดตลาดการเงินโลกเริ่มกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยหลังตัวเลขเศรษฐกิจส่งสัญญาณชะลอตัว และหดตัวในบางประเทศ โดยความกังวลเริ่มสูงขึ้นหลังเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไตรมาส 1/2565 เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าออกมา ติดลบ 1.4% สาเหตุหลักมาจากการเร่งตัวของการนำเข้า ในขณะที่การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนยังเติบโตได้ดี 2.7% ประเมินว่าโอกาสที่จะเกิดการถดถอยทางเทคนิคในสหรัฐฯไตรมาส 2/2565 ยังมีค่อนข้างน้อย แต่จีนมีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไตรมาส 2/2565 จะชะลอมากกว่าคาด หลังการปิดเมืองเข้มข้น และมีแนวโน้มยืดเยื้อ
ขณะที่ยูโรโซนมีความเสี่ยงที่ต้องขึ้นดอกเบี้ย และขณะที่ภาวะเศรษฐกิจยังไม่พร้อม ปัจจัยเสี่ยงหลัก คือ ราคาน้ำมันในตลาดโลก และการปิดเมืองในจีน อาจส่งผลกระทบต่อ supply chain หากราคาน้ำมันในตลาดโลกไม่เร่งตัวไปมากกว่ากรอบ 100-110 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในช่วงครึ่งหลังของปี อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ จะเริ่มชะลอลงตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้ความจำเป็นของเฟดที่จะขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าที่ส่งสัญญาณในการประชุมเดือนมิถุนายนนี้ จะมีค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตาม การปิดเมืองเข้มข้นในเมืองเศรษฐกิจหลักของจีนเป็นความเสี่ยงต่ออัตราเงินเฟ้อโลกที่ต้องระมัดระวังในช่วงที่เหลือของปีนี้
นายกำพล กล่าวว่า การปรับพอร์ตการลงทุนในช่วงตลาดคิดว่าเศรษฐกิจกำลังถดถอย โดย SCB CIO แนะนำ 3 กลยุทธ์หลัก 1.Cash amidst uncertainty ในช่วงที่รอความชัดเจนจากเฟด แนะนำให้มีเงินสดใน พอร์ต(portfolio) สัดส่วนประมาณ 5%-10% 2. Cost pass through to maintain profit margin หรือ 2.รอจังหวะสะสมหุ้นสหรัฐ เมื่อมีความชัดเจนมากขึ้นจากเฟด ในกลุ่มตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว แม้จะมีมุมมอง Neutral แต่เราชอบตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอัตรากำไรสูง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่สามารถส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นได้ โดยมีการเติบโตของค่าจ้างเป็นตัวช่วย โดยรอจังหวะสะสมหุ้นสหรัฐฯ เมื่อมีความชัดเจนมากขึ้นจากเฟด
และ 3.สะสมหุ้น Reopening in ASEAN ปรับมุมมองหุ้นไทยเป็นบวก เพื่อรองรับการเปิดเมืองของแต่ละประเทศ เช่น หุ้นไทยและหุ้นเวียดนาม ขณะที่การเปิดเมืองมีความคืบหน้าต่อเนื่อง และเชื่อว่าการเปิดประเทศของไทยจะทำให้กำลังซื้อในประเทศเริ่มฟื้นตัว จนพร้อมรับดอกเบี้ยขาขี้นได้ในปี 2566 ซึ่ง ธปท.น่าจะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยครึ่งแรกปี 2566 และคงมุมมองบวกต่อกลุ่มกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อาเซียน

