นายณัฐภูมิ รัฐชยากร กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท นิวสเปคทีฟ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี ที่ผ่าน ธุรกิจอีเวนต์ และโฆษณา ถือเป็นกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะธุรกิจอีเวนต์ที่มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ต้องสูญหายไปกว่า 60% ซึ่งบริษัทฯก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่ในทางกลับกันเมื่อพิจารณาแล้วพบว่า กลุ่มธุรกิจโฆษณา กลับเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบน้อยมาก เพราะลูกค้าปรับเปลี่ยนวิธีการสื่อสารใหม่โดยเน้นสื่อ Local Media เพิ่มมากขึ้น
ดังนั้น นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป จึงได้ผลักดัน BLUESKY กลุ่มธุรกิจในเครือ ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินธุรกิจโฆษณาแบบ Activation และ Local Media รุกตลาดธุรกิจโฆษณาเพิ่มมากขึ้น ด้วยการชูจุดแข็ง ด้านการวางแผนกลยุทธ์ทางการสื่อสารให้กับลูกค้า พร้อมการ Customize คอนเทนต์ให้เข้ากับพื้นที่ที่ลูกค้าต้องการสื่อสาร ทำให้สามารถพัฒนาสื่อที่ตอบโจทย์เอเจนซี่โฆษณา นักการตลาด และเจ้าของสินค้าต่าง ๆ
นางสาวหนึ่งฤทัย บางนาชาด ผู้จัดการทั่วไป BLUESKY กล่าวว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่กิจกรรมทางการตลาดเงียบ ทั้งเอเจนซี่และแบรนด์ต่าง ๆ ลดงบการสื่อสาร แต่สื่อโฆษณาในรูปแบบ Local Media ยังเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์สังคม และได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้า BLUESKY จึงปรับแผนกลยุทธ์ทางการตลาดโดยแบ่งแผนธุรกิจออกเป็น 2 ส่วน คือ การทำสื่อในตลาดค้าส่งต่างจังหวัด ด้วยการจับมือกับตลาดค้าส่งท้องถิ่นทั่วประเทศไทย ที่มีกลุ่มลูกค้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก สร้างพื้นที่สำหรับสื่อโฆษณา เพื่อเพิ่มโอกาสทางการสื่อสารให้แบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ดังกล่าว และพัฒนาสื่อของ BLUESKY ได้แก่ แฮปปี้ มาร์เก็ต ชาแนล ที่มีฐานผู้ฟังเป็นพ่อค้าแม่ขายคนในตลาดให้แข็งแรงขึ้น
นอกจากนี้ BLUESKY ยังมีแผนขยายธุรกิจการสื่อสารไปยังภาคใต้ ได้แก่ ยะลา, ปัตตานี และเบตง เพราะภาคใต้มีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี จากการสนับสนุนของคนในท้องถิ่น ไม่จำเป็นต้องอาศัยนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นจังหวัดที่หลายแบรนด์ต้องการเข้าไปทำการตลาด แต่ยังไม่มีนักการตลาดหรือแบรนด์เข้าไปทำการตลาดในพื้นที่จังหวัดดังกล่าวได้มากนัก

